นคือเหตุผลว่าทำไมอึยบินจึงเป็นคนสำคัญสำหรับยอนอี
ยิ่งไปกว่านั้น ยอนอีในวัยเด็กยังติดหนี้บุญคุณอย่างใหญ่หลวงต่อครอบครัวของอึยบินอีกด้วย เป็นหนี้บุญคุณที่ต่อให้ชดใช้ตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ก็คงยังไม่พอด้วยซ้ำ
ในขณะที่กำลังหวนนึกถึงความหลังอันชวนให้รู้สึกซาบซึ้งอยู่นั้น จู่ ๆ อึยบินก็หดตัวลงอย่างมีพิรุธและเอ่ยถามเสียงเบา
“คือว่านะ……การที่นายได้มาเมืองหลวงครั้งนี้มัน……”
อึยบินมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น หญิงสาวแสดงท่าทีอึกอักไม่กล้าถาม แต่แล้วยอนอีก็แย่งสตรอว์เบอร์รีลัตเตของเธอมาดื่มหนึ่งอึก
“แน่ใจนะว่าไม่ใช่ฝีมือพ่อนาย?” อึยบินพูดเสริมต่อ
“คือ……ฉันว่ามันมีความเป็นไปได้อยู่นะ เพราะต่อให้หัวหน้าศูนย์เก่าจะเหม็นขี้หน้านายขนาดไหน แต่ไลบรัมจ์ไม่ใช่พื้นที่ที่มีอำนาจพอจะทำอย่างนั้นได้ อีกอย่างคือหัวหน้าศูนย์มีปัญญาส่งไกด์ระดับ B มาประจำที่เมืองหลวงตามใจชอบแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?”
ที่เธอพูดมามีเหตุผลอย่างยิ่ง เพราะระดับหัวหน้าของไลบรัมจ์ไม่น่าจะมีอำนาจเพียงพอที่จะใช้ในเมืองหลวงได้เลย ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่พ่อของเขาอาจจะใช้อำนาจในทางมิชอบตามการคาดเดาของเธอ
รอยยิ้มหยันปรากฏบนใบหน้าของยอนอีก่อนจะเลือนหายไปอ