์ก่อนก็คงจะไม่สนใจและปล่อยผ่านไปเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด หากแต่ความเชื่อของยอนอีที่ว่า การใช้ชีวิตโดยไม่มีมนุษยสัมพันธ์กับใครน่าจะสบายใจกว่านั้นเป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์ เพราะการดันทุรังทำแบบนั้นมีแต่จะนำพาเรื่องน่ารำคาญเข้ามาเสียมากกว่า
‘ครั้งนี้ลองฝืน ๆ ดูหน่อยแล้วกัน’
“เมื่อกี้ผมพยักหน้าตอบแล้วนะครับ”
นี่คงเป็นมาตรฐานการเข้าสังคมของยอนอีแค่คนเดียว
“เฮ้อ ได้พวกไร้มารยาทมาเป็นรูมเมตจนได้สินะ”
จองอูชอลขยี้ผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด
“ช่างเหอะ ไปทำอะไรให้กินหน่อยสิ หิวจะตายอยู่แล้ว”
ยอนอีแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเริ่มเอาของในกระเป๋าเดินทางออกมาจัดทีละอย่างสองอย่าง เมื่อเห็นว่าเขาไม่พูดอะไรสักคำแถมยังเมินกันหน้าตาเฉย จองอูชอลจึงใช้เท้าเตะกระเป๋าเดินทางดังปัก
“เมินฉันเหรอ?”
ยอนอีเจอแบบนี้มาจนชินแล้ว ในขณะที่ใช้ชีวิตโดยไม่มีมนุษยสัมพันธ์กับใคร เขาต้องเผชิญหน้ากับคนประเภทนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ประเภทที่ชอบทำตัวอวดเบ่งไม่รู้เหนือรู้ใต้แบบนี้น่ะ
รอยยิ้มแสยะผุดขึ้นใต้หน้ากาก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายชักจะเริ่มล้ำเส้น เขาจึงลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับจองอูชอลตรง ๆ ให้รู้แล้วรู้รอด
คราวนี้คนหาเรื่องก่อนถึงกับอ