ากมาเมืองหลวงกันนักกันหนา ใครมันจะไปดีใจกับการต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา ยกเว้นเสียแต่พวกซาดิสม์ที่ชอบทรมานตัวเองด้วยการโหมทำงานหนัก
ยอนอีหยิบหมวกที่ถอดไว้กลับมาใส่ดังเดิม และเดินตรงไปยังประตูทางเข้า
จองอูชอลที่กำลังรออยู่ในห้องนั่งเล่นจึงเดินตามมาหาเรื่องต่อทันที
“ไอ้เวรนี่ แกคิดจะลองดีใช่ไหม? เพิ่งได้เข้ามาเหยียบที่ศูนย์เมืองหลวงคงจะยังไม่รู้อะไร แต่ที่นี่เขาแบ่งกันด้วยระดับ กล้าทำตัวอย่างนี้ ระวังจะไม่เหลือปากไว้ให้กินข้าวนะโว้ย”
“ครับ”
ไม่ว่าจะไปที่ไหนในดิไอแลน ระดับก็เป็นเรื่องใหญ่ทั้งนั้น ไม่เข้าใจเลยว่าจะพูดพล่ามเรื่องที่ใคร ๆ ก็รู้กันอยู่แล้วให้ฟังทำไม ยอนอีใช้นิ้วก้อยแคะหูสองสามทีก่อนจะเดินผละจากห้องไป แว่วเสียงตะโกนดัง ‘เฮ้ย!’ จากด้านหลังแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ
ตำแหน่งการเรียกมาจากห้องฉุกเฉินหมายเลข 5 แต่ด้วยความที่ยังใหม่และไม่รู้ทาง เขาจึงต้องเปิดแผนที่ในนาฬิกาและหาตึกที่ว่านั่นให้เจอ เมื่อไปถึงก็พบว่าห้องฉุกเฉินหมายเลข 5 กำลังตกอยู่ในความวุ่นวายพอสมควร คนเจ็บหลายคนนอนซมอยู่บนเตียงคนไข้ ดูเหมือนว่าจะมีต้นเหตุมาจากดอร์ (door) ที่ปะทุขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้
หญิงสาวที่เป็นผู้ดูแลจัดเส