ลงจินเหอก็ไม่ได้สนใจ ก่อนจะรีบเดินออกไป เนื่องจากคิดว่าตัวพักผ่อนที่หุบเขานี้มานานแล้ว จึงได้เวลาที่จะเดินทางต่อ
หลังจากที่หลงจินเหอเดินจากไปแล้ว มู่หลิงก็ยังคงนั่งอยู่เดิมโดยไม่ขยับไปไหน โดยที่เวลาผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว ก็ยังไม่มีท่าทีว่านางจะลุกไปไหน ท้องฟ้าก็เริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆ
บรู๊ววววว ~~~~
เสียงหอนของสัตว์ป่าทำให้มู่หลิงที่นั่งอยู่ก็ตกใจและลุกขึ้นยืนทันที เนื่องจากท้องฟ้าใกล้มืดเต็มที่แล้ว คงจะได้เวลาหากินของสัตว์ป่า
ก๊อบ ~~ แกล๊บ ~~
เสียงของบางสิ่งบางอย่างกำลังเดินเหยียบกิ่งไม้และกำลังตรงมาทางมู่หลิงเรื่อยๆ
“จินเหอ เป็นเจ้างั้นหรอ ออกมาได้แล้วอย่าทำให้ข้ากลัวสิ”
มู่หลิงตะโกนไปทางพุ่มไม้แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ
ภายในความมืดมิดในพุ่มไม้ก็มีดวงตาสีแดงฉานปรากฏขึ้นหนึ่งคู่และค่อยๆเดินออกมาอย่างช้าๆ
กรรร ~~
“แย่แล้ว! นั่นมันหมาป่าขนเหล็ก”
เมื่อรู้ว่าข้างหน้าของตัวเองไม่ใช่หลงจินเหอ มู่หลิงก็ค่อยๆเดินถอยหลังไปอย่างช้าๆ
ด้วยระดับปราณเริ่มต้นขั้นที่ห้าของมู่หลิง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถเอาชนะหมาป่าขนเหล็กที่เป็นถึงสัตว์อสูรระดับปราณจิต
กรรร ~~
หมาป่าขนเหล็กอ้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยว