“ไม่นึกเลยว่านายน้อยจะมีเจตนาเช่นนี้ แต่ก็คงสมกับเป็นเขา…”
เมื่อเหล่าขุนนางร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ซวอลเตอร์ก็กดปลายนิ้วลงขมับหลับตาแน่น
“สุดท้ายแล้ว เจ้าก็เป็นได้แค่นั้น…คนโง่ที่ไร้เกียรติ…เจ้าคงไม่เข้าใจว่าการมีชีวิตอยู่โดยไร้เกียรติ มันเลวร้ายยิ่งกว่าความตายเสียอีก”
ถ้าขุนนางไม่มีเกียรติ เขาจะยังเรียกตัวเองว่าขุนนางได้อย่างไร?
เกียรติยศมาพร้อมสิทธิพิเศษ แต่ก็ต้องแบกรับความรับผิดชอบด้วยเช่นกัน ขุนนางที่ปัดความรับผิดชอบของตน ย่อมไร้ค่ากว่าสิ่งใด
“นี่คือจุดจบก่อนสงครามจะเริ่มต้นเสียอีก”
ถ้าทหารรู้ว่ากิสเลนหนีไปก่อนศึก แม้แต่ขวัญกำลังใจเพียงน้อยนิดก็จะมลายหายไปหมด
มันเหมือนการประกาศยอมแพ้ก่อนลงสนามรบเสียด้วยซ้ำ
ในสถานการณ์ที่พวกเขามีจำนวนน้อยกว่าศัตรู การขาดกำลังใจยิ่งทำให้ไร้ความหวัง ทหารย่อมไม่อยากสู้จนตัวตาย
“อย่างน้อย เจ้าคนน่ารังเกียจก็ยังรักษาสายเลือดตระกูลเอาไว้ได้ แต่ถ้าคิดจะทิ้งเกียรติไว้เบื้องหลังจริงๆ อย่างน้อยก็น่าจะพาน้องชายไปด้วยกัน”
ถ้ากิสเลนจะละทิ้งเกียรติเพื่อความอยู่รอด เขาก็น่าจะช่วยชีวิตน้องชายไปด้วย
แต่นี่เขาเป็นคนเห็นแก่ตัวที่คิดถึงแต่ตัวเอง
ขณะที่ซวอลเตอร์กำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหงุดหงิด ก็เกิดเสียงเอะอะดังขึ้นที่ทางเข้าห้องประชุม มีใครบางคนถูกลากเข้ามา
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้! พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?!”