วาเนสซ่ากลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากใจ ก่อนจะโค้งศีรษะต่ำแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ข้าขอคารวะท่านลอร์ดและท่านผู้ว่าการ”
ท่าทางที่อ่อนน้อมนี้ทำให้โฮเมิร์นประหลาดใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบคนที่สุภาพในกลุ่มของกิสเลน
“อะแฮ่ม อย่างน้อยเจ้าก็ดูเหมือนจะเป็นคนดี เอาล่ะ บอกข้ามาสิว่าเจ้าเกี่ยวข้องอะไรกับนายน้อย?”
“ข้า…ข้าเป็น…สาวใช้ของท่านกิสเลน”
วาเนสซ่าไม่กล้าพูดว่าเธอเป็นนักเวทย์ประจำตัวของกิสเลน เพราะเธอไม่สามารถแม้แต่จะร่ายคาถาวงเวทย์ระดับหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์
คำตอบตรงไปตรงมาของเธอทำให้โฮเมิร์นขมวดคิ้วแล้วถอนหายใจเสียงดัง
“ในปราสาทนี้มีสาวใช้มากพออยู่แล้ว แต่ก็เข้าใจได้ว่าคงไม่มีใครอยากรับใช้กิสเลน”
วาเนสซ่ายังคงนิ่งเงียบขณะที่โฮเมิร์นกดดันต่อ
“แล้วนายน้อยได้ฝากอะไรไว้ให้เจ้าบ้างไหม? ถ้าเจ้ารู้อะไร บอกมาเดี๋ยวนี้”
“ข้า…เอ่อ ท่านกิสเลนมักจะพูดว่า…”
— “เจ้าคือกุญแจแห่งชัยชนะ ถ้ามีเจ้าอยู่ข้างกาย ข้าจะชนะสงครามนี้ได้แน่นอน”
“ข้า… ข้าเป็นกุญแจแห่งชัยชนะที่ท่านกิสเลนพูดถึง…”
“อะไรนะ?”
วาเนสซ่าไม่กล้าพูดออกมาทั้งหมด เพราะมันฟังดูน่าอายเกินไป
เธอจึงพูดเพียงสิ่งที่จำเป็นที่สุด
“ท่านกิสเลนบอกว่าเขาจะชนะสงครามครั้งนี้อย่างแน่นอน”
“ชนะ? เจ้าคนน่ารังเกียจนั่นขนรูนสโตนไปหมดแล้ว นี่หรือเรียกว่าชนะ?”
“ท่านกิสเลนไม่ใช่คนแบบนั้น!”