ในขณะที่ที่ประชุมเต็มไปด้วยเสียงโวยวายอย่างบ้าคลั่ง โฮเมิร์นมองกิสเลนด้วยความรู้สึกปั่นป่วนในใจ
‘เขาทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อแคว้น แต่กลับนำพาเราสู่สงคราม’
โฮเมิร์นเคยคาดไว้ว่าจะต้องมีลอร์ดคนอื่นมาท้าทายเพอร์เดียมเพราะเรื่องรูนสโตนในสักวันหนึ่ง แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ และมาจากคนอย่างเคานต์ดิกัลด์ที่ดูไม่มีน้ำหนักพอจะเป็นคู่แข่ง
‘ให้ตายสิ! ต้องมาสูญเสียทรัพยากรสำคัญไปกับสงครามบ้าบอแบบนี้ ทั้งที่เราก็กำลังต้องการกำลังพลอย่างมาก!’
โฮเมิร์นพยายามระงับความไม่พอใจของตัวเอง ขณะที่เหล่าขุนนางแม้จะโกรธแค้น แต่กลับไม่ได้แสดงท่าทีหวาดหวั่นมากนัก
ดิกัลด์ก็เป็นเพียงแคว้นเล็กๆ ที่ยากจนและไร้ชื่อเสียงพอๆ กับเพอร์เดียม หากมีการจัดอันดับแคว้นที่ยากจนที่สุดในภาคเหนือ เพอร์เดียมกับดิกัลด์คงแย่งชิงตำแหน่งท้ายตารางกันแน่
แต่เพอร์เดียมมีข้อได้เปรียบตรงที่เป็นเขตปกครองของมาร์เกรฟ จึงได้รับการสนับสนุนจากแคว้นใกล้เคียง อีกทั้งยังมีกองทัพที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีและมีประสบการณ์รบเหนือกว่า
แรนดอล์ฟผู้บัญชาการอัศวิน ทุบโต๊ะดังลั่นด้วยความเดือดดาล
“บ้าชิบ! ถ้ามันอยากสู้ก็อย่ามัวลังเล! เราก็แค่บุกไปบดขยี้มันให้ราบ!”
แม้สงครามจะไม่ก่อประโยชน์ใดๆ แต่มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะเมื่อเหตุผลที่ใช้ช่างทรงพลังถึงขั้น “ล้างแค้นให้สายเลือดของตนเอง”