ซวอลเตอร์ถอนหายใจยาว พิงหลังกับพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า
‘สงคราม… ทำไมเราถึงต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์นี้? และยิ่งแย่กว่านั้นคือการถูกหักหลังจากคนในเอง’
การที่ขุนนางซึ่งรับใช้มายาวนานทรยศเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวสร้างความเจ็บปวดให้มากกว่าความหวาดกลัวต่อสงครามเสียอีก
‘เฮ้อ… เรื่องทุกอย่างจะยิ่งลำบากขึ้น’
สำหรับแคว้นยากจนอย่างเพอร์เดียม สงครามคือหายนะ แม้พวกเขาจะชนะ ค่าใช้จ่ายในการทำศึกก็จะมหาศาลจนยากจะฟื้นตัวกลับมาได้ โดยเฉพาะเมื่อเพอร์เดียมเป็นดินแดนที่ขาดแคลนทรัพยากรอย่างหนัก
‘คงต้องพึ่งรูนสโตนเสียแล้ว’
ซวอลเตอร์ไม่อยากแตะต้องรูนสโตนที่กิสเลนค้นพบเลยสักนิด แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว หากต้องลดความเสียหายให้ได้มากที่สุด
เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง พร้อมออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
“เตรียมการสงคราม เราจะต้อนรับศัตรูที่ชายแดนและบดขยี้พวกมันให้ราบ!”
สายตาเยือกเย็นที่ผ่านสมรภูมิมานักต่อนักกวาดผ่านเหล่าขุนนางในห้องโถง ทุกคนก้มศีรษะรับคำสั่งโดยไร้ข้อโต้แย้ง
แม้กำลังพลบางส่วนต้องถูกส่งไปเฝ้าระวังภัยทางตอนเหนือ แต่กองทหารที่เหลือก็ยังแข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับดิกัลด์ได้
ซวอลเตอร์หันไปหากิสเลน ผู้เป็นทายาท พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงตรงไปตรงมา
“ข้าได้ยินว่าเจ้าจ้างทหารรับจ้างมาจำนวนมาก พวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญของเรา และในฐานะผู้สืบทอด เจ้าก็ต้องร่วมรบในศึกครั้งนี้ด้วย”