ความโอหังนั้นทำให้อัลฟอยรู้สึกเหมือนเลือดกำลังเดือดพล่าน
‘ฆ่ามันเสียเลยดีไหม?’
ความคิดอันอันตรายผุดขึ้นในหัว เสียงเรียกร้องให้เขาใช้เวทมนตร์จบชีวิตกิสเลนตรงนั้น เพื่อทำให้รอยยิ้มเย้ยหยันนั้นหายไปตลอดกาล
เมื่อปราศจากผู้อาวุโสของหอคอยอยู่ใกล้ การควบคุมอารมณ์กลับยากขึ้นทุกขณะ
‘ถ้าข้ากลับไปบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ หอคอยคงไม่ว่าอะไร ใช่ไหม?’
ออร่าแห่งความเกรี้ยวกราดแผ่ออกมาจากตัวอัลฟอยจนสัมผัสได้ชัดเจน
เหล่าทหารรับจ้างที่อยู่ใกล้เริ่มขยับมือไปที่อาวุธ สีหน้าพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เห็นได้ชัดว่าอัลฟอย ผู้ที่เติบโตมาด้วยการถูกประคบประหงมในหอคอยนั้น ไม่มีความตระหนักถึงอันตรายรอบตัวเลยแม้แต่น้อย
กิสเลนหัวเราะเย็น ๆ
“ดูเหมือนคำพูดจะไม่ค่อยเข้าใจง่ายสำหรับเจ้านะ”
“ว่าไงนะ?”
อัลฟอยขมวดคิ้วมองกิสเลนเดินไปหาทหารที่ประตูปราสาท
“ขอยืมหอกหน่อย”
“เอ่อ… ท่านว่าอะไรนะ?”
ไม่รอคำตอบซ้ำ กิสเลนกระชากหอกจากมือทหารคนนั้นและหักมันออกเป็นสองท่อน
เปรี๊ยะ!
ด้ามหอกที่ทำจากไม้ราคาถูกซึ่งสะท้อนถึงความยากจนของเพอร์เดียม หักออกอย่างง่ายดาย
กิสเลนโยนหัวหอกทิ้งไป ก่อนจะถือด้ามไม้ที่กลายเป็นกระบองขนาดเหมาะมือ
กิสเลนตบไม้กระบองในมือกับฝ่ามือของเขาเบา ๆ ก่อนเดินกลับไปหาอัลฟอยด้วยท่าทีใจเย็น
“คนเราน่ะ… มักมีเรื่องถนัดไม่อย่างใดก็อย่างนึง”
“ว่าไงนะ?”
“ส่วนข้าก็เรื่องนี้ไงล่ะ”
“เจ้าอวดดี!”