—“พ่อของลูกน่ะชอบเก็บเรื่องทุกข์ใจไว้กับตัวโดยเฉพาะเรื่องเงินเขาไม่มีวันพูดตรงๆหรอกนะเขาเรียกมันว่าศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายอะไรแบบนั้นเขาจะวกไปวนมาจนกว่าข้าจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ถ้าข้าทำเมินเขาไปนานๆเขาจะงอนแล้วบ่นกับตัวเองต่อไปเรื่อยๆตลกไหมล่ะ?”
“โอ้โห… นี่มันจริงทุกอย่างเลยสินะ”กิสเลนคิดในใจจนพูดอะไรไม่ออก
ในขณะที่กิสเลนยืนอึ้งอยู่นั้น ซวอลเตอร์ก็บ่นพึมพำกับตัวเองต่อไปอย่างหงุดหงิด
“จริงเหรอเนี่ย? หลังจากพูดมาตั้งขนาดนี้แล้ว เขายังไม่คิดจะเสนอเงินเองอีก? เหมือนแม่ของเขาไม่มีผิด ข้าสอนมาได้ยังไงถึงได้สืบทอดนิสัยแบบนี้ไปหมด!”
ถึงอย่างนั้น ซวอลเตอร์ก็ยังคงพึมพำกับตัวเองต่อไป พลางคิดถึงอดีตเมื่อครั้งที่เคาน์เตสผู้เป็นภรรยามีความสามารถพิเศษในการหาวิธีช่วยเหลือเรื่องเงินอย่างเงียบ ๆ
“เฮ้อ… ถ้ามีใครมาบริจาคเงินให้ดินแดนบ้าง แบบเป็นกองทุนพัฒนาหรืออะไรสักอย่างก็คงดี”
กิสเลนเริ่มครุ่นคิดเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งต่อไปของเขา
ดูเหมือนซวอลเตอร์จะไม่หยุดถอนหายใจและบ่นพึมพำจนกว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ
“ก็ดีเหมือนกัน ถ้าจะช่วยซ่อมป้อมทางเหนือหน่อย ข้าก็วางแผนจะขยายมันอยู่แล้ว”กิสเลนคิดในใจ
ถึงแม้ว่าเขาจะตั้งใจจะพิชิตดินแดนทางเหนือด้วยตัวเองในสักวันหนึ่ง แต่ในระหว่างนี้ บิดาของเขาก็ยังต้องเป็นคนดูแลไปก่อน
เขาเองก็คิดจะช่วยเรื่องนี้อยู่แล้ว การจ่ายค่าซ่อมแซมเล็กน้อยจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร