จามาลตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย็นชา “จะให้ข้าทำอะไรกันล่ะ? หน้าที่ของข้ามีแค่พาท่านมาที่นี่ หลังจากนี้ พวกเขาจะทำอะไรกับท่านก็ขึ้นอยู่กับพวกเขา จะขายเป็นทาสหรือฆ่าทิ้ง ข้าก็ไม่สนใจ”
“อะ…อะไรนะ?”
เอเลน่าตกใจจนแทบพูดไม่ออก ขณะที่กิสเลนก้าวเข้ามาพูดแทน
“เจ้าได้ขายเราทั้งคู่แล้ว คิดจริงๆ หรือว่าจะหนีรอดไปได้ หลังจากทำเรื่องแบบนี้ในอาณาเขตของเจ้าเมือง?”
แม้กิสเลนจะเตือน แต่จามาลกลับไม่สนใจสักนิด
“อีกไม่นานพวกเราจะหนีไปไกลเกินกว่าจะตามตัวได้แล้ว ข้าพอแล้วกับการต้องอยู่ในที่แบบนี้ สู้รบทุกวันๆ มีคนพากันทิ้งเพอรฺเดียมมากมาย ข้าก็จะทิ้งที่นี่เหมือนกัน”
“แต่พวกเขาไม่ได้หนีไปหลังจากก่อเรื่องวุ่นวายแบบเจ้า”
จามาลหัวเราะเยาะ “ถือว่าเจ้าดวงซวยก็แล้วกัน เจ้าหนูนี่ไม่ได้อยู่ในแผน แต่การที่พวกสาวใช้ไม่ได้ตามมาเพราะเจ้านั้นนับว่าเป็นเรื่องดี นี่คือสิ่งดีๆ ที่เจ้าทำก่อนตายหลังจากใช้ชีวิตเสเพลมาตลอดชีวิต ฮ่าๆ”
“ดวงซวยเหรอ…”
กิสเลนยิ้มบางๆ จามาลที่เห็นคิดว่าเขายอมจำนนแล้วจึงส่ายหน้า
“ขอโทษด้วยจริงๆ ข้ารู้สึกผิดนิดหน่อย แต่ข้าไม่มีทางเลือก”
ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่สีหน้าของจามาลไม่ได้แสดงความสำนึกผิดเลยสักนิด เขายิ้มเยาะก่อนเดินไปหาชายวัยกลางคน ส่วนฟิลิปที่ยืนอยู่ข้างๆ มีสีหน้าเคร่งเครียดเหมือนรู้สึกผิดอยู่บ้าง