แม้จะถูกศัตรูหัวเราะเยาะใส่ กิสเลนก็ค่อยๆ ปล่อยพลังมานาออกมา โดยมานาแผ่ขยายไปทุกทิศทางเป็นเส้นบางๆ หากเป็นชีวิตก่อนของเขา เขาคงสามารถครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดที่มองเห็นได้ให้เป็นเขตแดนของเขา แต่ในตอนนี้ เขาทำได้เพียงแค่ค่อยๆ ปล่อยมานาทีละเส้น
‘ต้องบางและกว้าง’
การควบคุมมานาเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะทำได้ง่ายๆ อัศวินทั่วไปคงไม่รู้แม้แต่วิธีควบคุมแบบนี้ และถึงรู้ก็ใช่ว่าจะใช้เป็น
มีเพียงผู้ที่ผ่านการฝึกฝนจนบรรลุระดับสูงสุดเท่านั้นถึงจะสามารถควบคุมมานาได้ในระดับนี้
แม้ว่าร่างกายของกิสเลนจะยังไม่แข็งแรงพอ แต่ประสบการณ์และความรู้ของเขาในชีวิตก่อนนั้นมีมากเกินพอ แม้จะมีพลังมานาจำกัด แต่การควบคุมด้วยความแม่นยำไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา
‘ไม่มีใครนอกจากพวกสามคนนี้อยู่ที่นี่’
เมื่อมั่นใจว่าไม่มีศัตรูซุ่มซ่อนอยู่ กิสเลนจึงค่อยๆ ปลดมือของเอเลน่าออกจากแขนของเขา
“เจ้าชื่ออะไร?” กิสเลนถามชายวัยกลางคน
ชายวัยกลางคนเคาะขี้เถ้าจากไปป์ก่อนจะตอบด้วยเสียงเรียบๆ
“…ในฐานะที่เจ้าเป็นขุนนาง ข้าจะบอกให้ ชื่อของข้าคือแฟรงค์ ไปบอกยมทูตแล้วสาปแช่งข้าก็แล้วกัน”
“ชื่อเจ้าไม่ใช่ชื่อท้องถิ่น ใครเป็นคนจ้างเจ้ามา?”
“เจ้าคงไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนั้น”
แฟรงค์พยักหน้าเรียกคนสองคนที่ยืนขวางทางหนีให้ขยับเข้ามาใกล้ หนึ่งในนั้นถามแฟรงค์ว่า “พวกเราควรจะจัดการยังไง?”
หลังจากครุ่นคิดเล็กน้อย แฟรงค์ตอบเสียงเย็นชา