จากนั้น หม่าเฟิงก็หยิบหยกพกที่เปล่งประกายแสงวิญญาณชิ้นหนึ่งออกมา ภายใต้สายตาจับจ้องของกู้หย่วน เขาอัดฉีดพลังปราณแท้เข้าไปเพื่อกระตุ้นการทำงานของมัน
ไม่นานนัก หยกพกก็ส่องแสงวิญญาณวาบขึ้น พร้อมกับมีเสียงทุ้มต่ำดังลอดออกมา
“เฟิงเอ๋อร์ มีอะไรหรือ? เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
หม่าเฟิงปรายตามองกู้หย่วนแวบหนึ่ง ก่อนจะกล่าวตามความจริงอย่างว่านอนสอนง่าย
“ท่านอาจารย์ ตอนนี้ข้าอยู่นอกเมือง”
นักพรตชิงมู่เอ่ยถาม
“เจ้าออกไปนอกเมืองทำไม?”
หม่าเฟิงกล่าวอย่างอึกอัก
“มีคนพาตัวข้าออกมาขอรับ”
นักพรตชิงมู่รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ จึงเอ่ยถามทันที
“ตกลงเรื่องมันเป็นมาอย่างไรกันแน่? พูดมา!”
หม่าเฟิงกล่าวว่า
“คนผู้นี้บอกว่ามีความบาดหมางกับท่านอาจารย์ ต้องการให้ท่านนำหินวิญญาณและโอสถวิญญาณมาไถ่ตัว ยิ่งมากยิ่งดี มิเช่นนั้นจะไม่ยอมปล่อยข้าไปเป็นอันขาด และยังบอกอีกว่า ทางที่ดีท่านควรมาถึงที่นี่ภายในครึ่งชั่วยาม มิเช่นนั้นก็รับผิดชอบผลที่ตามมาเอาเอง”
นักพรตชิงมู่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม
“สหายเต๋าท่านนี้คือผู้ใด? ให้ข้าพูดคุยกับเขาสักหน่อยได้หรือไม่?”