ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเขากวาดสัมผัสเทวะออกไปตรวจสอบ ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ไม่ต้องพูดถึงร่องรอยของหนูประหลาดตัวนั้นเลย
“เกิดอะไรขึ้น? เจ้าหลอกข้างั้นรึ?!”
หม่าเฟิงหันไปมองหวังจิ้นลูกน้องของตน สีหน้าของเขาดูไม่เป็นมิตรนัก ทว่าส่วนใหญ่เป็นความหวาดระแวงเสียมากกว่า
ถึงขั้นมีมีดบินเล่มบางเฉียบพุ่งออกมาจากถุงเก็บของ ส่งเสียงดังหึ่งๆ ชวนให้ขนลุกซู่
กลิ่นอายอันแหลมคมและกดดันแผ่ซ่านออกมา จนรู้สึกเจ็บแปลบที่ผิวหนัง
จากนั้น หม่าเฟิงก็พบว่า หวังจิ้นลูกน้องของเขาที่ปกติมักจะทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัวและเป็นคนเงียบขรึม ในเวลานี้กลับยืนหลังตรงยืดอก และกำลังมองมาที่เขาพร้อมกับส่งยิ้มให้
สายตานั้นช่างกำเริบเสิบสาน แฝงไปด้วยการประเมินและเยาะเย้ย
แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเป็นคนคนเดียวกัน ทว่าความรู้สึกที่อีกฝ่ายแผ่ซ่านออกมากลับราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ราวกับได้ลอกคราบเปลี่ยนกระดูกใหม่หมดจด
“คุณชายหม่า ข้าขอเตือนให้ท่านอย่าเพิ่งวู่วามจะดีกว่า”
หวังจิ้นหัวเราะเบาๆ
“มิเช่นนั้น ข้าไม่รับประกันนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป”