คำอธิบายของนางเรียงร้อยอย่างเป็นลำดับ และแฝงความภาคภูมิใจที่ไม่ต้องประกาศเสียงดัง
เมื่อได้ยินแบบนั้น สีหน้าและแววตาของหวงเยี่ยก็พลันแปรเปลี่ยนไป ความประหลาดใจซ้อนทับด้วยความตื่นตะลึง
“คู่หู..”
“มังกรจักรพรรดิทองคำ…”
เขาพึมพำออกมาเบาๆ เหมือนกำลังประมวลข้อมูลทั้งหมดให้เชื่อมต่อกัน
ก่อนหน้านี้ในความคิดของเขา มังกรคือศัตรูตามธรรมชาติ คือสิ่งมีชีวิตทรงอำนาจที่มนุษย์ต้องต่อสู้และพิชิตเพื่อความอยู่รอด ทว่าตรงหน้ากลับมีตัวตนระดับราชันย์โบยบินเหนือมหานครเมืองอย่างเปิดเผย ไม่ได้ซ่อนเร้น ไม่ได้ถูกล่าล้อมเลยซักนิด
ยิ่งไปกว่านั้น ราชันย์มังกรตนนี้ยังเป็นคู่หูของผู้อำนวยการของสถาบันนักล่ามังกรแห่งนี้
ทำให้ความเข้าใจเดิมในจิตใจของหวงเยี่ยเกิดความสั่นคลอนไปอยู่เล็กน้อย
“เจ้าแปลกใจหรือ?”
เฟิงหลงอินเหลือบตามองเขา เห็นความคิดมากมายไหลผ่านแววตา
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
“ข้านึกว่าเผ่าพันธุ์มังกรกับมนุษย์ไม่มีวันยืนอยู่ฝ่ายเดียวกันได้”
“โลกนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่เจ้าจะสรุปด้วยประสบการณ์เพียงไม่กี่ปี”
น้ำเสียงของนางมิได้ตำหนิ กลับคล้ายกำลังชี้แนะ
“พันธะสัญญาณมิใช่เรื่องบังคับ”
“มันคือการยอมรับซึ่งกันและกัน”