ตรงข้ามกับเขา มีหญิงสาววัยผู้ใหญ่คนหนึ่งนั่งอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยไว้บนตัก เด็กคนนั้นมีดวงตากลมโต ใสบริสุทธิ์ราวหยดน้ำค้างที่เพิ่งตกลงบนกลีบดอกไม้ นางมองหวงเยี่ยอยู่นาน ก่อนจะเอียงศีรษะเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว
“พี่ชาย.. ”
“พี่เป็นนักล่ามังกรเหรอคะ?”
คำถามนั้นดังขึ้นอย่างไร้พิษภัย แต่กลับทำให้บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไปทันที หลายคนเงี่ยหูฟังโดยไม่รู้ตัว
ในยุคสมัยที่อารยธรรมแปรเปลี่ยนไป มนุษย์ที่สามารถปลุกเจตจำนงแห่งพลังได้ ย่อมถูกมองเป็นวีรบุรุษ เป็นกำแพงที่ยืนขวางหน้าภัยพิบัติ และเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังของผู้คนธรรมดา
หวงเยี่ยสบสายตากับเด็กหญิงตรงหน้า แล้วพยักหน้ารับ
“อืม.. พี่เป็นนักล่ามังกร”
ดวงตาของเด็กหญิงเปล่งประกายทันที
“จริงเหรอคะ!”
“จริงสิ”
“แล้วพี่มีพลังแบบไหนเหรอคะ?”
คำถามถัดมาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ผู้โดยสารรอบข้างเองก็เริ่มหันมามองอย่างเปิดเผยมากขึ้น
หวงเยี่ยลังเลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะยกมือขึ้นอย่างช้าๆ
“นี่คือเจตจำนงธาตุพฤกษาของพี่น่ะ”
ทันทีที่คำพูดสิ้นสุดลง พลังวิญญาณอันอ่อนโยนก็ไหลเวียนออกมาจากฝ่ามือของเขาอย่างสงบ