ป้าคงเองก็คลี่ยิ้ม แม้สีหน้าจะยังซีดจางอยู่บ้าง
“อย่างน้อยเจ้าก็ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร”
ลุงจินลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปใกล้รูขนาดครึ่งเมตรบนกำแพง พลางใช้มือแตะขอบปูนที่แตกออกอย่างพินิจพิเคราะห์
“ดูจากรูปลักษณ์ของรากไม้นั่นแล้ว.. อย่างน้อยก็ต้องเป็นเจตจำนงระดับกลาง หรือไม่ก็ระดับสูงอย่างแน่นอน!”
ป้าคงพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
“ใช่! พลังขนาดนี้คนธรรมดาปลุกไม่ได้แน่!”
แม้ทั้งสองจะไม่รู้ว่าพลังที่ปรากฏเมื่อครู่คือระดับใดอย่างแท้จริง
ทว่าจากความแข็งแกร่งที่เห็นกับตา พวกเขาย่อมมั่นใจว่าอนาคตของหวงเยี่ยในฐานะนักล่ามังกรกำลังเบ่งบาน
ลุงจินหันกลับมามองชายหนุ่มอีกครั้งและเผยรอยยิ้มขึ้น
“เอาละๆ เดี๋ยวลุงจะแจ้งเรื่องนี้ให้กับเจ้าของตึกเองละกัน เพราะงั้นเจ้าชายน้อยสบายใจได้!”
คำเรียกนั้นทำให้หวงเยี่ยยิ้มเจื่อนๆ เหมือนไม่อยากจะได้ยินคำเรียกนี้ซักเท่าไหร่นัก
“ส่วนรูนี้.. เดี๋ยวลุงกับป้าจะหาอะไรมาปิดทับเอาไว้ก่อนละกัน”
“ขอนอนต่อละ”
“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
ป้าคงโบกมือ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่คลายลงอย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับเหตุการณ์รุนแรงเป็นเพียงพายุที่พัดผ่านฉับพลันแล้วจากไป
หวงเยี่ยพยักหน้ารับ