โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของอีกฝ่าย มันให้ความรู้สึกที่ลึกล้ำสุดจะหยั่งถึง ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยอันตรายอย่างเหลือคณานับ
ราวกับว่าบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้านี้ ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์ประหลาดที่สวมหนังมนุษย์เอาไว้!
“ข้าน้อยแซ่ลู่ นามว่าคุน เป็นศิษย์สืบทอดแห่งนิกายกู่เสิน เมื่อครู่นี้ลูกน้องของข้าเสียมารยาทไปบ้าง ต้องขออภัยสหายเต๋ากู้ด้วย”
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาส่งยิ้มบางๆ ให้กู้หย่วน โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ เลย น้ำเสียงของเขาช่างนุ่มนวลและแผ่วเบา
“ที่แท้ก็คือสหายเต๋าลู่นี่เอง”
รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกู้หย่วน ราวกับว่าเรื่องบาดหมางเมื่อครู่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ต้องขออภัยจริงๆ บังเอิญว่าข้ามีธุระสำคัญต้องไปจัดการ สำหรับคำเชิญของสหายเต๋าลู่ ข้าคงต้องขอปฏิเสธแล้วล่ะ”
แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าลู่คุนผู้นี้มีภูมิหลังหรือจุดประสงค์อะไรกันแน่ แต่กู้หย่วนก็เลือกที่จะไม่ฉีกหน้าอีกฝ่ายอย่างเปิดเผย
ท้ายที่สุดแล้ว ไอ้หมอนี่ดูไม่น่าตอแยด้วยเลยสักนิด หากไม่จำเป็นจริงๆ การสร้างศัตรูให้น้อยลงย่อมดีกว่า แม้ว่าเมื่อครู่นี้เขาอาจจะล่วงเกินอีกฝ่ายไปแล้วก็ตาม