รเดินทางพร้อมกับเหลียนเซวียนแท้จริงแล้วก็ค่อนข้างสบาย กระบุงที่เซวียเสี่ยวหรั่นแบกหนักมาก แต่เหลียนเซวียนเดินช้า เธอมีเวลาพักนานหน่อย จึงไม่รู้สึกเหนื่อย
แต่กระบุงที่เหลียนเซวียนแบกไว้บนหลัง เป็นอุปสรรคให้เขายิ่งเดินช้าลง เซวียเสี่ยวหรั่นแบกบนหลังหนึ่ง สะพายไว้ข้างหน้าอีกใบ พักทุกห้าหกร้อยเมตร รอเหลียนเซวียนเดินมาถึงค่อยไปต่อ
ท้องฟ้าแจ่ม บรรยากาศในป่าเปลี่ยนไปเป็นสุขสันต์เริงร่า เสียงปักษานานาชนิดขับขานเป็นพักๆ อยู่บนกิ่งไม้ เป็นท่วงทำนองไพเราะเสนาะหู
เหลียนเซวียนถือไม้เท้าเดินไม่หยุดแม้แต่ชั่วเค่อเดียว เสียงกระแสน้ำไหลรินด้านข้างสลับกับเสียงนกผ่านเข้ามาในหู ช่วยประโลมให้เท้าที่เหนื่อยล้าของเขาเบาขึ้นหลายส่วน
“นกเยอะจัง ไม่รู้ว่ามีไข่นกรึเปล่าสิ”
จู่ๆ เสียงทำลายบรรยากาศก็โพล่งออกมา เหลียนเซวียนมุมปากกระตุกเล็กน้อย
“โอ้โห ต้นไม้ต้นนั้นสูงใหญ่มากเลย คงไม่ใช่ต้นไม้ปิศาจพันปีหรอกนะ”
เสียงของแม่นางผู้นี้ดังมาตลอดทาง เหลียนเซวียนนึกเอือมระอาอยู่บ้าง
“อาเหลย เจ้ากินอะไรส่งเดชอีกแล้ว อย่าให้ท้องเสียเชียวนะ”
“เหลียนเซวียน ด้านหน้าทางซ้ายมีก้อนหิน เดินเลี่ยงหน่อย”
“เหลียนเซวียน ด้านหน้าทางขวามีหลุมใหญ่