เดินหลบด้วย ”
“เหลียนเซวียน ตรงไปด้านหน้ามีพุ่มไม้ เดินเลี้ยวอ้อมไปทางซ้าย”
เสียงจู้จี้จุกจิกแสดงถึงความห่วงใยของหญิงสาวดังขึ้นตลอดเส้นทางที่ก้าวเดิน
ยามเที่ยงตรง เป็นเวลาที่แสงอาทิตย์แสบตาที่สุด ในที่สุดคณะเดินทางก็หยุดพักผ่อน
เซวียเสี่ยวหรั่นปูเสื้อบนพื้นกรวดที่แห้งสนิท แล้วประคองเหลียนเซวียนนั่งลง หลังจากนั้นก็ย้ายก้อนหินมาตั้งเป็นเตาหิน ก่อนวิ่งไปหาไม้กับหญ้าแห้งมาทำเชื้อไฟ แต่ฟืนเปียกชื้นทำให้ต้องเสียเวลาในการจุดไฟมากหน่อย
แล้วเอาหม้อจากกระบุงไปตักน้ำที่ริมแม่น้ำ ยกขึ้นตั้งบนเตาหิน
“กินมื้อเที่ยงเสร็จ พวกเราพักผ่อนสักครู่ค่อยเดินทางต่อ” เซวียเสี่ยวหรั่นเหลือบมองเหลียนเซวียนปราดหนึ่ง ตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกเดินทาง เขายังไม่ได้พักผ่อนเลย แม้จะใช้ความเร็วไม่มาก แต่ก็คงเหนื่อยเหมือนกัน
“ข้าเหนื่อย ต้องพักหน่อย” เซวียเสี่ยวหรั่นยืนกรานหนักแน่น
ไยเหลียนเซวียนจะไม่รู้สาเหตุที่นางทำเช่นนี้ เขาได้แต่ถอนใจเงียบๆ ผงกศีรษะเล็กน้อย
เซวียเสี่ยวหรั่นถึงยิ้มออก เขาเป็นคนมีทิฐิมาก จะเกลี้ยกล่อมให้เขาพัก ไม่สู้ใช้ตนเองเป็นข้ออ้างดีกว่า
เดินมาไกลขนาดนั้น พวกเขาสองคนล้วนหิวกันแล้ว เฝิ่นเฮ่อกินหมดนานแล้ว ตอนนี้อาห