ยเสี่ยวหรั่นอยากแกล้งหาเรื่อง จึงหัวเราะคิกคักยั่วโทสะเขา
เหลียนเซวียนพลันรู้สึกว่าความหวังดีของตนเองกลายเป็นปอดตับลาไร้ค่า
แม้ใบหน้าของเขาจะราบเรียบไร้อารมณ์ แต่เซวียเสี่ยวหรั่นจับสังเกตได้ว่าอารมณ์ของเขาเปลี่ยนไป การล้อเล่นไม่ควรให้เกินงาม เธอแลบลิ้น หัวเราะกลบเกลื่อนพลางพูดเอาใจ “ข้าจะทาเดี๋ยวนี้ล่ะ ขอบคุณท่านที่เตือนสติ”
พูดจบ เธอก็ทาน้ำมันบนใบหน้าให้เขาอย่างตั้งอกตั้งใจก่อน ถึงเริ่มทานิ้วมือของตนเอง
“หากล่ากวางได้สักตัว ก็จะได้น้ำมันกวางขนานแท้ ผลลัพธ์ต้องดีกว่ามากแน่นอน ดูหน้าของท่านสิ ทาน้ำมันเลียงผามาตั้งนาน รอยแผลเพิ่งจะหายไปนิดเดียวเอง”
เซวียเสี่ยวหรั่นเหลือบมองเขา เครื่องเคราใบหน้าเด่นชัด จมูกโด่งเป็นสัน หากไม่มีบาดแผลระคายตากับหนวดเครารกรุงรัง หน้าตาก็คงไม่เลวเท่าไร
ถ้าแผลเป็นไม่หายก็น่าเสียดายจริงๆ
“…”
เหลียนเซวียนสีหน้าเรียบเฉย สายตาทอดไปไกล เห็นชัดว่าไม่นำพากับเรื่องนี้สักเท่าไร
ใช่ว่าเขาไม่ใส่ใจเรื่องรูปโฉม เพียงแต่รอยแส้บนใบหน้า ขี้ผึ้งทาแผลธรรมดามีข้อจำกัด ต้องรอหลังจากกลับไปแล้วใช้ขี้ผึ้งฟื้นฟูผิวสูตรพิเศษของศิษย์พี่ถึงจะรักษาให้หายขาด
หลังจากหิมะหยุดได้สองวัน ก็ยังมีหิมะตกลง