เหลียนเซวียนนั่งขัดสมาธิอยู่บนโขดหิน สงบนิ่งราวกับภิกษุแก่พรรษากำลังบำเพ็ญภาวนา
เขาถึงขั้นหลับตา หากไม่เพราะมือทั้งสองยังถือด้ามจับตาข่ายดักปลาอยู่ เซวียเสี่ยวหรั่นก็นึกว่าเขากำลังนั่งสมาธิอยู่
หลับตาจะจับปลาได้หรือ? เซวียเสี่ยวหรั่นปรามาสในใจ
แต่ไม่ว่าจะหลับตาหรือลืมตาก็เหมือนกันเองนี่ เซวียเสี่ยวหรั่นเกาหัว
เธออยู่เฉยรู้สึกเซ็ง เหลียวซ้ายแลขวา ขณะกำลังเตรียมจะไปขุดหัวเฝิ่นเฮ่อ ก็ได้ยินเสียงตูมดังขึ้น
เหลียนเซวียนพลิกตาข่ายดักปลาในมือไปด้านหลัง ปลาตัวหนึ่งร่วงลงไปดิ้นพราดๆ บนพื้นหินกรวดซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
“ว้าว” เซวียเสี่ยวหรั่นมองด้วยความตื่นเต้นดีใจ “จับปลาได้แล้ว”
เธอวิ่งเข้าไปหาหมายจะจับปลาเป็นๆ ที่กำลังดิ้นอยู่บนพื้น แต่ตัวของมันลื่นมาก จับอยู่หลายครั้งก็คว้าไม่อยู่
“เจี๊ยกๆ” อาเหลยได้ยินเสียงก็วิ่งออกมาจากกองฟางด้านข้าง มองปลาดิ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เหลียนเซวียนเอี้ยวศีรษะกลับมามอง นึกเหยียดหยันอยู่ในใจ ไยไม่รู้จักรอให้ปลาดิ้นจนหมดแรงแล้วค่อยจับ
เขาวางตาข่ายลงไปในน้ำอีกครั้ง แล้วหลับตาเหมือนเดิม อดทนรอปลาที่ตื่นตระหนกว่ายกลับมาใหม่
ฝ่ายเซวียเสี่ยวหรั่นในที่สุดก็จับปลา