ได้ช่วงที่มันหมดแรงพอดี มุมปากของเธอฉีกยิ้มไปถึงใบหู
“ตัวนี้น่าจะเป็นปลาเฉ่า [1] กระมัง หนักน่าดู น่าจะสักสองชั่งได้ เอาเนื้อปลามาแล่ทำเป็นซุปปลาผักกาดดอง [2] น่าจะดี”
เซวียเสี่ยวหรั่นเดาะลิ้นด้วยความรู้สึกเสียดาย “เสียดายไม่มีผักกาดดอง งั้นก็ย่างกินแล้วกัน มีเกลือแล้ว ย่างปลาก็ไม่เลว อาเหลย คืนนี้พวกเรามีปลาย่างกินกันแล้ว”
เธอวางปลาไว้ตรงหน้าอาเหลย อาเหลยนึกอยากรู้อยากเห็น เลยยื่นเท้าหน้าออกไปอยากจะลองคลำดู แต่ผลก็คือปลาตัวนั้นกระโดดผึงกะทันหัน ทำให้มันตกใจหดอุ้งเท้ากลับอย่างรวดเร็ว
“ฮ่าๆ “เซวียเสี่ยวหรั่นหัวเราะเสียงดัง ก่อนโยนปลาเข้าไปในตะกร้าหวาย หลังจากนั้นก็วิ่งไปล้างมือข้างลำธาร
เห็นเหลียนเซวียนกำลังตั้งสมาธิ ก็เลยไม่กล้าทำเสียงดังรบกวน กวักมือเรียกอาเหลยไปขุดเฝิ่นเฮ่อ
ก็เป็นเช่นนี้ พวกเขาแบ่งหน้าที่กันทำ คนหนึ่งรับผิดชอบจับปลา อีกคนก็ไปขุดหัวเฝิ่นเฮ่อ หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง เซวียเสี่ยวหรั่นก็หอบหิ้วหัวเฝิ่นเฮ่อหนักอึ้งกลับมาริมธาร
บนพื้นกรวดมีปลาน้อยใหญ่นอนอยู่สิบกว่าตัว บ้างก็ยังกระโดด บ้างก็แน่นิ่งไปแล้ว
“โอ้โห จับได้เพียบเลย” ดวงตาของเซวียเสี่ยวหรั่นระยิบระยับวับวาว “เ