หลียนเซวียน ท่านนี่เก่งสุดยอด หากไม่มีท่าน ข้าคงอยู่ไม่รอดบนภูเขาแห่งนี้เป็นแน่”
การแสดงออกเกินจริงของเธอ ทำให้เหลียนเซวียนปั้นหน้าไม่ถูก
“หนึ่ง สอง สาม…. สิบสาม ปลาทั้งหมดสิบสามตัว มีทั้งปลาเล็กปลาใหญ่ รวมๆ กันแล้วก็น่าจะหนักยี่สิบกว่าชั่งได้”
เซวียเสี่ยวหรั่นคำนวณน้ำหนักเรียบร้อย หัวคิ้วก็ขมวดชนกัน น้ำหนักไม่ใช่เบา รวมกับหัวเฝิ่นเฮ่ออีกยี่สิบกว่าชั่ง ไอ้หยา… อย่างน้อยคงต้องวิ่งสองรอบถึงจะขนกลับไปหมด
ขณะกำลังใช้ความคิด เสียงตุ้บก็ดังขึ้นอีกหน ปลาตัวใหญ่ตกลงมาไม่ไกลจากเธอมากนัก กระโดดพลิกตัวขึ้นลง ท่าทางแรงเยอะไม่เบา ดูจากความอวบของมัน น่าจะหนักสักสี่ห้าชั่งได้
เพิ่งบอกว่าหนักยังไม่ขาดคำ ก็มีปลาตัวเบ้อเร่อเพิ่มขึ้นมาอีกตัว เซวียเสี่ยวหรั่นไม่รู้ว่าควรจะยินดีหรือละเหี่ยใจ
อาเหลยเข้ามาสำรวจปลาตัวใหญ่ซึ่งมีพลังเต็มเปี่ยมตัวนั้นด้วยแววตาประหลาดใจ
“เหลียนเซวียน วันนี้พอแค่นี้เถอะ หากจับต่อไปก็คงขนกลับลำบาก”
ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องความสามารถในการขนส่ง ผลผลิตล้นเกินก็น่าหงุดหงิดเช่นกัน
เหลียนเซวียนลุกขึ้นจากโขดหินอย่างยากเย็น ชั่วขณะที่จับปลาต้องใช้กำลังภายในพอสมควร ดังนั้นจึงสูญเสียพลังไปไม่น้อ