ตะขาบยักษ์ตัวนี้แผ่ซ่านกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด แม้จะอยู่ภายในตลาดนัดฉงหมิง กู้หย่วนก็ยังรู้สึกอึดอัดและหนักอึ้งในใจ
ความรู้สึกที่มันมอบให้นั้น ไม่ได้ด้อยไปกว่าราชันย์ปีศาจวานรจินโหวเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น บนหลังของตะขาบยักษ์ตัวนี้ ยังมีเงาร่างของผู้คนยืนอยู่ด้วย
สายตาของกู้หย่วนเฉียบแหลมยิ่งนัก เขาสังเกตเห็นว่าผู้คนที่อยู่บนหลังตะขาบส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดบาดตา
ที่เอวของพวกเขาแขวนถุงสัตว์วิญญาณเอาไว้หลายใบ
และในบรรดาคนเหล่านั้น เขายังเห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาคนหนึ่งด้วย
คนผู้นั้นมีรูปร่างเตี้ยม้อต้อ สวมชุดคลุมผ้าไหมสีเขียวเข้ม ดูจากอายุอานามแล้วก็ไม่ใช่น้อยๆ ซึ่งไม่ใช่ใครอื่น แต่คือนักพรตเป่าชาน (คางคกวิเศษ) แห่งนิกายกู่เสินนั่นเอง
“ที่แท้ก็คนของนิกายกู่เสินนี่เอง…”
กู้หย่วนมองตามตะขาบยักษ์จนลับสายตา ก่อนจะดึงสายตากลับมา
เขาย่อมรู้ดีว่าคนพวกนี้กำลังจะไปทำอะไร
ก็คงไม่ต่างจากกลุ่มของยอดเขาโอสถเมื่อหลายวันก่อน ที่มุ่งหน้าไปยังบริเวณรอบนอกของตำหนักเซียนมังกรชาด เพื่อเตรียมตัวเข้าไปแสวงหาวาสนาแห่งเซียนนั่นเอง