มาต่างหาก
ทว่ามีสเปรย์พริกป้องกันตัว พอให้อุ่นใจได้บ้าง
แต่เถาเฮ่อกับหัวเฝิ่นเฮ่อเหล่านี้ไม่อาจขนกลับไปในรอบเดียว แต่ถ้าทิ้งไว้ เกิดหมูป่ามาอีกก็จบเห่
เซวียเสี่ยวหรั่นเริ่มปวดหัว
อายุของหัวเฝิ่นเฮ่อยังนับว่ายังไม่มาก เถาก็ไม่หนา มีบางส่วนเท่านั้นที่ค่อนข้างแก่ หัวที่แก่แล้วแข็งเหมือนท่อนไม้กัดไม่เข้า ย่อมกินไม่ได้
เซวียเสี่ยวหรั่นเลือกก่อนที่จะขุดหัวเฝิ่นเฮ่อที่สามารถกินได้จำนวนหนึ่ง
“พวกหัวที่แก่ๆ เหล่านี้ก็เสร็จหมูป่าไป ชาวบ้านฟันแข็งแรง พวกเราเทียบไม่ติด”
หัวของเฝิ่นเฮ่อไม่เล็ก เซวียเสี่ยวหรั่นมัดพวกมันไว้กับเถาเฮ่อ แล้วค่อยๆ ลากกลับไป
“ปัดโธ่เอ๊ย ทำไมถึงหนักอย่างนี้”
เซวียเสี่ยวหรั่นค่อยๆ ลากของเดินไปทีละก้าว ปริมาณของวันนี้มากกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด มีน้ำหนักของส่วนหัวเข้ามาเพิ่ม จนเธอแทบจะลากไม่ไหว
ตอนมาวิ่งตัวปลิวราวกับเหาะเหิน แต่ขากลับ ความเร็วไม่ต่างกับหอยทาก
โชคดีที่ฝนหยุดแล้ว อากาศก็เปลี่ยนเป็นหนาวเย็น สัตว์ส่วนใหญ่จำศีลหน้าหนาว ริมฝั่งแม่น้ำกว้างใหญ่ จึงมีแต่เธอกับเสียงลากของหนักดังมาเป็นระยะ
เหลียนเซวียนมายืนรออยู่ปากถ้ำครู่ใหญ่แล้ว ได้ยินเสียงลากครืดๆ ดังมาแต่ไกล
ในที่สุด