งเท้าฟางอีกสักคู่แล้วล่ะ”
เซวียเสี่ยวหรั่นบ่นอุบ ยกหม้อขึ้นมาแล้ววิ่งออกไปล้างข้างนอก
ป่ายามฝนตกปกคลุมไปด้วยม่านหมอก พรางขุนเขาเขียวขจีห่างไกล ฝนตกไม่หนักมาก แต่อากาศกลับหนาวเย็นเป็นที่สุด
หายใจยังออกมายังควันโขมง
เซวียเสี่ยวหรั่นล้างหม้อและถ้วยชามอย่างรวดเร็ว แล้วรีบวิ่งกลับทันที
“หนาวจังเลย อุณหภูมิต่ำเร็วเกินไปแล้ว ไม่ใช่ว่าอีกสักพักหิมะตกหรอกนะ”
แค่นึกดูเฉยๆ เซวียเสี่ยวหรั่นก็สะท้านไปทั้งตัวแล้ว
เป็นไปได้ว่าช่วงเวลานี้แคว้นฉีคงหิมะตกหนักแล้ว ดินแดนที่พวกเขาอยู่ค่อนมาทางใต้ ตอนนี้อุณหภูมิถึงเพิ่งต่ำลง
เหลียนเซวียนมองออกไปนอกถ้ำ สายตาและหว่างคิ้วเยียบเย็นปานน้ำแข็งเหมันต์
เซวียเสี่ยวหรั่นหม้อน้ำขึ้นตั้งไฟ โยนซี่โครงเลียงผาไปห้าท่อน ลอบมองสีหน้าของเหลียนเซวียนอยู่เงียบๆ บ่นงึมงำในใจอย่างอดไม่ได้ ส่วนนี่… ก็น่าจะเป็นคนที่มีเรื่องเล่าขานคนหนึ่งแน่ๆ
นัยน์ตาถูกพิษจนบอด คอก็ถูกพิษจนเป็นใบ้ แม้ว่ากำลังภายในจะไม่สูญเสียไปทั้งหมด แต่ก็เหลือไม่มากแล้ว ยังมีแผลจากแส้นั่นอีก จิ๊ๆ คู่อริของเขาคงจะแค้นเขามากถึงลงมืออำมหิตขนาดนี้
แต่เรื่องเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับเธอสักหน่อย
เธอเป็นแค่คนธรรมดา แค่ใช้ชีวิต