อย่างคนสามัญทั่วไปก็พอแล้ว
เซวียเสี่ยวหรั่นคิดไว้ว่า หากพวกเขาออกไปจากเขาแห่งนี้ได้ เธอจะพยายามหาเงินมารักษาเหลียนเซวียนให้หายเพื่อเป็นการขอบคุณที่เขาอยู่เป็นเพื่อนเธอตลอดระยะเวลาที่อยู่ในป่า
รอเขาหายป่วยแล้ว ค่อยทางใครทางมัน เธอจะหาที่อยู่เหมาะสมใช้ชีวิตอย่างสงบสุขต่อไป
เธอมายังโลกที่แปลกประหลาดแห่งนี้ แต่กลับมีคนเดินเคียงข้างในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด เซวียเสี่ยวหรั่นถึงรู้สึกขอบคุณเขาด้วยใจจริง
หากไม่มีเขาอยู่เป็นเพื่อน จิตใจของเธอคงสงบเยือกเย็นอย่างตอนนี้ไม่ได้
ถึงขนาดที่ว่าความเจ็บปวดและความเงียบงันของเหลียนเซวียนยังเป็นขุมพลังกระตุ้นความเพียรพยายามของเธอในการฝ่าฟันความยากลำบาก
ยังมีคนต้องการความช่วยเหลือและพึ่งพาเธออยู่ แม้ว่าจะเป็นภาระอย่างหนึ่ง แต่ก็เป็นที่พึ่งทางใจอันแข็งแกร่ง
แต่ตราบใดที่ได้กลับไปในสภาพแวดล้อมที่มีผู้คน เธอก็ไม่ต้องการที่พึ่งพาทางใจเช่นนี้อีก
เซวียเสี่ยวหรั่นเขี่ยเกาลัดที่สุกแล้วออกมา ใช้มีดปอกเปลือกให้อาเหลยผลหนึ่ง
ขณะที่อาเหลยเห็นนางหยิบเกาลัดขึ้นมา ดวงตาของมันก็จ้องมือเธอไม่กะพริบ
“อีกสักครู่หลังฝนซา ข้าจะไปเอาหนังไปฟอกด้วยน้ำตามที่ท่านบอกสักรอบดู กลับมาค่อย