อยล่ะ ข้าจะรีบตากรองเท้าให้แห้ง ในที่สุดก็เข้าใจความยากลำบากยามทุกฝีก้าวไร้รองเท้าอย่างถ่องแท้” เซวียเสี่ยวหรั่นเขย่งปลายเท้ากระย่องกระแย่งเข้าไปข้างกองไฟ
ถุงเท้าแห้งนานแล้วแต่รองเท้ายังคงเปียกชื้น
ยื่นมือไปหยิบใยเถาเฮ่อขึ้นมาแล้วเริ่มฟั่นเกลียวให้กลายเป็นเส้นด้าย ด้ายแบบนี้สามารถนำมาถักเป็นเสื้อผ้าได้
“โอ๊ย ฟั่นเกลียวเชือกเป็นงานที่เปลืองแรงจริงๆ”
หลังจากนำเส้นด้ายมาม้วนให้เป็นก้อนกลมวางไว้ด้านข้าง ก่อนหันไปมองใยเถาเฮ่อกองโตแล้วขมวดคิ้ว
หลังจากนั้นหนึ่งเค่อ เหลียนเซวียนถึงเดินจากด้านนอกกลับเข้ามาอย่างเอ้อระเหย
“ข้างนอกหนาวจะตาย ท่านไปยืนนานขนาดนั้นได้อย่างไร รีบมานั่งผิงไฟเร็วเข้าเถอะ”
ลมหนาวพัดกระโชกมา อุณหภูมิลดต่ำลง ยามดึกดื่นน่าจะเหลือแค่สิบองศาเท่านั้น เขาสวมอาภรณ์บางๆ ตัวเดียว คงแทบแข็งตายเลยกระมัง
เหลียนเซวียนนั่งลงเงียบๆ ข้างนอกหนาวจริงๆ สายฝนดั่งดวงดาวเริ่มโปรยปรายลงมา
ในช่วงสิบห้านาทีนี้ เซวียเสี่ยวหรั่นม้วนกลุ่มด้ายได้ห้าม้วน เธอง่วงจนหาวหวอด หากไม่เพราะว่ารอเขา แค่ก้มหน้าเธอก็หลับได้แล้ว
โดยปรกติเวลานี้เธอหลับไปนานแล้ว
“ไม่ไหวแล้ว ข้าง่วง เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อแล้วกัน”
“ก