ะมัง บุคลิกอันห้าวหาญทระนงเช่นนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามัญจะมีได้
เซวียเสี่ยวหรั่นพึมพำในใจ
มีเหลียนเซวียนยืนอยู่ปากถ้ำ เซวียเสี่ยวหรั่นออกแรงฮึด แม้จะวิ่งเท้าเปล่าก็ยังไม่รู้สึกเจ็บ
เธอวิ่งเข้าวิ่งออกครั้งแล้วครั้งเล่า เริ่มจากย้ายหญ้าไส้ตะเกียงทั้งหมดไปไว้บนหินใหญ่ หลังจากนั้นก็ย้ายกิ่งไม้ที่วางอยู่ไม่ไกลย้ายมาตรงปากถ้ำ ปิดปากถ้ำไว้ครึ่งหนึ่งพอดี
“แฮ่กๆ เสร็จแล้ว ย้ายหมดแล้ว ในที่สุดก็หมดห่วงเสียที”
เซวียเสี่ยวหรั่นยืนท่าไก่ทองขาเดียว [1] พักเท้าที่ทั้งแดงและชาด้วยสีหน้าเหยเก “ข้าล่ะนับถือท่านจริงๆ เหลียนเซวียน เดินไปไกลขนาดนั้นโดยไม่สวมรองเท้า ข้าไม่สวมรองเท้าแค่ช่วงสั้นๆ ฝ่าเท้าก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว”
นางไม่สวมรองเท้า? มิน่าฝีเท้าถึงเบาขนาดนั้น คงเอาไปซักกระมัง เหลียนเซวียนได้ยินนางสูดปากซี้ดๆ ด้วยความเจ็บปวด ก็นึกเวทนาสงสารในใจ
แม่นางผู้นี้ไม่สวมรองเท้า วิ่งเข้าวิ่งออกบนถนนที่มีแต่กรวดหิน เท้าเปล่าจะไม่เจ็บไปอย่างไร
หลายวันมานี้ เหลียนเซวียนเดินในละแวกใกล้ๆ ได้ลิ้มรสการเดินเท้าเปล่าว่าลำบากแค่ไหน ขนาดเขายังทรมานจะแย่ ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงเธอ
“เหลียนเซวียน ปากถ้ำปิดไว้ครึ่งหนึ่ง ท่านระวังหน่