ปในที่ไกลหน่อยเพื่อเสาะหาต้นเฮ่อกับต้นหมา แต่การสะสมเสบียงอาหารก็สำคัญมากเช่นกัน
“งั้นท่านไปเถอะ แค่อย่าไปไกลนักเล่า จำไว้ว่าเรียกข้าได้ตลอดเวลา” เซวียเสี่ยวหรั่นกำชับพร้อมกับยัดมีดพับใส่มือเขา
เหลียนเซวียนผงกศีรษะ แล้วค่อยๆ เดินออกไปจากถ้ำ
หลังจากเขาไปแล้ว เซวียเสี่ยวหรั่นก็เริ่มทำงานบ้าง
อันดับแรกคือไปพลิกหญ้าไส้ตะเกียงที่ตากแดดไว้ด้านนอก หลังจากนั้นก็ไปหาไม้มาทำฟืนจากป่ารกด้านข้าง ฟืนส่วนใหญ่ที่หามาตุนก่อนหน้านี้ก็เผาไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ท้องฟ้ายังคงไม่มีเงาของพระอาทิตย์ ทำให้เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกไม่สบายใจ ถ้าฝนเกิดตกขึ้นมา ทั้งหนาว ทั้งฝนตกและไม่มีฝืนก่อไฟ ความยากลำบากเช่นนั้นเรียกฟ้าฟ้าไม่ขาน เรียกดินดินไม่ตอบ [1]
ดังนั้นเธอต้องหาไม้ฟืนมาเตรียมให้เพียงพอก่อนที่ฝนจะตก
เธอวิ่งกลับไปกลับมาระหว่างถ้ำกับป่ารก และทุกครั้งที่หอบไม้ฟืนกลับมา ก็จะมาพูดคุยกับลูกลิงสองสามประโยค
บางครั้งก็ยัดเกาลัดใส่มือของมัน บางครั้งก็ส่งกล้วยน้ำว้าให้มันหนึ่งผล พอมีของกิน ลิงน้อยก็สงบนิ่งลงมาก ไม่งุ่นง่านหงุดหงิดเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้อยู่ในถ้ำ
รอจนกระทั่งเก็บฟืนสูงเป็นกองพะเนินเหมือนเดิม เธอก็ได้ยินเสียงไม้เท้าเคาะก้อนหิ