ากอยู่ก็ตาม ล้างถ้วยโถโอชามเสร็จเรียบร้อย ก็เริ่มชำแหละไก่ ผ่าท้องเอาเครื่องในออก และล้างน้ำทำความสะอาด
สุดท้ายก็ล้างก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง เอากระดูกเลียงผาขึ้นไปวาง แล้วหาหินที่ค่อนข้างแหลมมาอีกก้อน แล้วเริ่มทุบอย่างรุนแรง
กระดูกท่อนใหญ่ขนาดนั้นใส่ลงหม้อไม่ได้อยู่แล้ว หากไม่ใช่มีดสับเล่มใหญ่ไม่มีทางสับเข้า ดังนั้นเซวียเสี่ยวหรั่นจึงตัดสินใจใช้หินทุบเสียเลย
แค่ทุบส่วนที่เป็นข้อต่อ กระดูกก็จะหักออกจากกันได้โดยง่าย
เพียงแต่ขั้นตอนนี้จะหนักเอาการ เลือดกับเนื้อยังกระเซ็นใส่ตัวเธออีกด้วย
ทั้งกีบเท้า หาง ซี่โครง กระดูกสันหลังก็ทุบหลุดออกจากกันอย่างราบรื่น
ท้ายที่สุด เซวียเสี่ยวหรั่นมองหัวของเลียงผาที่เต็มไปด้วยขนอย่างยอมแพ้ เธอขุดหลุมแล้วเอามันฝังลงไป
หลังจากนั้นก็ถอดเสื้อกันแดดออกไปซัก กางเกงก็เลอะ แต่เซวียเสี่ยวหรั่นจำต้องกัดฟันทำเป็นมองข้ามมันไปชั่วคราว
ขณะยกของตะกร้าใหญ่กลับถึงถ้ำ สายตาเหลือบไปเห็นหญ้าไส้ตะเกียงที่ตากแห้งอยู่ด้านข้าง ความคิดดีๆ ก็ผุดวาบขึ้นมาในหัว
…
[1] เรียกฟ้าฟ้าไม่ขาน เรียกดินดินไม่ตอบ อุปมาถึงการตกอยู่ในสภาวะตกที่นั่งลำบาก ไม่มีคนช่วยเหลือ
[2] กินของคนอื่นย่อมเสียงอ่อน หมา