งอย่างไรก็มีสรรพคุณช่วยบำรุงเหมือนกัน” เซวียเสี่ยวหรั่นพึมพำเบาๆ เธอเป็นคนเจ้าเนื้อมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แม้ช่วงหลายวันมานี้จะผอมลงบ้างก็ตาม “ข้าคงต้องกินให้น้อยหน่อย เหลียนเซวียน ที่เหลืออีกสองชามยกให้ท่านหมดเลย อย่างท่านต้องบำรุงเยอะๆ”
เหลียนเซวียนทำเป็นหูทวนลม ยกถ้วยขึ้นมากินเงียบๆ
“คำพ้องเสียงของอักษรตัวนี้คืออะไร ท่านเขียนให้ข้าดูหน่อยสิ” เซวียเสี่ยวหรั่นยังไม่ยอมแพ้
เหลียนเซวียนหยุดไปหนึ่งจังหวะ เหลือบมองนางปราดหนึ่ง แม่นางผู้นี้นับว่ามีไหวพริบ
“… จี (ไก่) ? จี่ (เลียงผา) ? อ้อ ที่แท้ก็ จี่ (เลียงผา) นี่เอง”
พอได้รู้เสียงอ่าน เซวียเสี่ยวหรั่นก็อารมณ์ดียิ่ง
หลังกินเลือดนึ่งหมด ก็ตักน้ำแกงงูที่ตุ๋นเอาไว้ก่อนหน้านี้ใส่ถ้วยดื่มจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่หยดเดียวให้สิ้นเปลือง
เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกว่าร่างกายอบอุ่น รู้สึกคล้ายจะมีเหงื่อออก
“เลือดนึ่งนี้กินแล้วในท้องร้อนวูบวาบ บำรุงของแท้เลย”
ต่อให้ไม่มีเลือดนึ่ง กินแค่เนื้องูกับน้ำแกง ท้องก็อุ่นได้เหมือนกัน เหลียนเซวียนคิดในใจ
รอจนกระทั่งเลือดอีกสองชามนึ่งเสร็จ เซวียเสี่ยวหรั่นก็ยกไปไว้บนช่องหินที่กำแพง หลังจากนั้นก็ขุดเอาถัง จานเล็ก และช้อนที่เผา