กทำเป็นรั้ว หลังจากนั้นก็ทำประตูเล็กๆ สักบาน แค่นี้ก็ดีมากแล้ว
เซวียเสี่ยวหรั่นวัดขนาดอยู่หลายรอบ กำหนดแผนการด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
พอเห็นว่าไฟในถ้ำเบาลงไปบ้าง เธอก็เข้าไปจัดกองฟืนที่เบี้ยวโย้ให้ตรง แล้วเติมฟืนเข้าไปในเตาเพิ่ม หลังจากนั้นก็ออกมาจากถ้ำ
จากนั้นก็เข้าไปรื้อหญ้าไส้ตะเกียงที่เอามากองไว้เมื่อวาน
ท้องฟ้ามืดครึ้ม ไร้แสงตะวัน
เซวียเสี่ยวหรั่นวิตกเล็กน้อย ฝนคงไม่ตกหรอกนะ
ระลอกแรกคือฝนสารท อีกระลอกคือฝนเหมันต์ ตอนนี้ช่วงกลางคืนหนาวมาก หากมีฝนตก เธอแต่งตัวแบบนี้ถึงเป็นกลางวันก็ยังทนไม่ไหว
เฮ่อกับหมาของเธอก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน
ใบหน้าของเซวียเสี่ยวหรั่นดั่งมีเมฆครึ้มปกคลุมไปชั่วขณะ
“โป๊กๆ” เสียงเคาะเบาๆ แว่วมาจากป่าอันเงียบสงบ
เซวียเสี่ยวหรั่นได้สติกลับมา เหลียนเซวียนกำลังเรียกหาเธอ
ต้องล่าสัตว์ได้แล้วเป็นแน่ ดวงตาของเซวียเสี่ยวหรั่นทอประกายระยิบระยับ ฉวยกิ่งไม้ยาวท่อนหนึ่งออกมาจากถ้ำ เดินไปยังแหล่งกำเนิดเสียง
ครั้งนี้เหลียนเซวียนไม่ได้ไปที่เนินดินเหมือนสองวันก่อน แต่เดินไปตามเชิงเขาไกลหน่อย หลังจากนั้นก็เลี้ยวเข้าป่าทึบ
“เหลียนเซวียน?”
เซวียเสี่ยวหรั่นร้องเรียกเบาๆ ไปตลอดทาง แสงในป่าทึบค่อน