ที่ชื้นแฉะล้วนมีหมด หญ้าไส้ตะเกียงมีความนุ่มแต่เหนียวทนทาน เหมาะสำหรับใช้ทำเสื่อ
แน่นอนว่าหากจะตัดหญ้าให้พอทำเสื่อปูที่นอนสองผืน แค่รอบสองรอบเป็นไปไม่ได้ที่จะเสร็จสมบูรณ์
ดังนั้นเซวียเสี่ยวหรั่นจึงแปลงร่างเป็นผึ้งน้อยแสนขยัน วิ่งกลับไปกลับมาระหว่างปากถ้ำกับริมฝั่งแม่น้ำรอบแล้วรอบเล่า
จนกระทั่งหน้าปากถ้ำเต็มไปด้วยหญ้าไส้ตะเกียงยาวเฟื้อยสองกอง เซวียเสี่ยวหรั่นถึงค่อยพรูลมหายใจอย่างโล่งอก
ตอนกลับเข้ามาในถ้ำ น้ำซึ่งเดือดนานแล้วถูกวางไว้ด้านข้าง เซวียเสี่ยวหรั่นยกหม้อขึ้นแล้วเทน้ำใส่ในชามพลาสติก จากนั้นก็ซดอึกๆ ดื่มเข้าไปจนหมด
“เฮ่อ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” เธอหย่อนก้นนั่งข้างเหลียนเซวียน
ข้างตัวเขามีชามที่ปั้นเสร็จแล้วสองใบวางอยู่ ในมือกำลังปั้นถ้วยน้ำรูปทรงแบบธรรมดาทั่วไป
“โอ้โห เหลียนเซวียน ท่านปั้นได้ดียิ่งนัก ดูรูปร่างของมันสิ ไม่ด้อยกว่าช่างปั้นมืออาชีพเลยนะเนี่ย” เซวียเสี่ยวหรั่นย่อตัวค้อมเอวลงมา พลางชื่นชมชามที่มีรูปทรงอันประณีตวิจิตร
เหลียนเซวียนหลุบตา นวดดินเหนียวในมือให้นุ่มไปเงียบๆ เรือนผมยาวทิ้งตัวลงมาที่พื้น จนกระทั่งปลายเส้นผมเปรอะเปื้อนคราบดิน
“อ๊ะ ผมของท่านมีดินติดเต็มไปหมดแล้ว