งกาย”
เซวียเสี่ยวหรั่นหยิบตะเกียบชั่วคราวที่เมื่อวานใช้คีบเนื้อย่างขึ้นมาพลางขมวดคิ้ว ตะเกียบถูกเผาจนดำปี๋ ยังจะใช้งานได้อีกหรือ
เธอวิ่งออกไปนอกถ้ำ หักกิ่งไม้ที่เรียวเล็กเหมาะจะเอามาทำตะเกียบ แล้วใช้มีดเหลาเอาเปลือกออก ตัดแบ่งเป็นสี่ชิ้น ในที่สุดตะเกียบสองคู่ก็เสร็จเรียบร้อย
จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำในขวด แล้วหยิบชามพลาสติกที่เริ่มเปลี่ยนรูปทรงไปแล้วขึ้นมา คีบเนื้อไก่ที่ตุ๋นจนเปื่อยใส่ลงไป ทั้งยังคีบเห็นโคนที่ตุ๋นจนนุ่มสองสามชิ้นเติมลงไปด้วย
“เหลียนเซวียน นี่ให้ท่าน ระวังลวกนะ”
เซวียเสี่ยวหรั่นยัดตะเกียบใส่มือเขา แล้วหยิบตะเกียบของตัวเองคีบเนื้อเข้าปาก
“อุ๊ยๆ ร้อนจัง อร่อยมาก.…”
ได้ยินเสียงนางพ่นลมออกจากปากเพราะถูกลวก แต่กลับยังกินไม่หยุด เหลียนเซวียนรู้สึกอับจนวาจา ไม่มีใครแย่งนางสักหน่อย จะรีบร้อนไปทำไม ไม่กลัวลวกปากบ้างเลย
แม้ตาของเขาจะมองไม่เห็น แต่มิเป็นอุปสรรคต่อการคีบเนื้อในชาม
เนื้อไก่ร้อนๆ ที่ตุ๋นจนเปื่อยพอเข้าปาก กลิ่นหอมก็อบอวลอยู่ในกระพุ้งแก้ม ความหอมของเนื้อไก่ผสานกับความสดใหม่ของเห็ดให้รสชาติอร่อยเป็นพิเศษ
“อืม…. อร่อยก็ว่าอร่อยอยู่ เสียแต่จืดไปนิด”
เซวียเสี่ยวหรั่นเป่าฟู่ๆ ไป