ที่เห็ดบนปลายตะเกียบ ก่อนใส่เข้าปาก
แม้จะไม่มีชามดื่มน้ำแกง แต่ในเนื้อไก่กับเห็ดก็ชุ่มน้ำ เซวียเสี่ยวหรั่นกินจนอุ่นสบายกระเพาะ
หันไปมองอีกที น้ำแกงไก่ในหม้อพร่องไปครึ่งหนึ่งแล้ว
“อย่ากินต่อเลย สิ้นเปลืองเกินไป ถ้ากินไก่หมดตัวในมื้อเดียว มื้อหน้าคงต้องกินรำข้าวแล้วล่ะ [1]” เซวียเสี่ยวหรั่นยกหม้อไปวางในช่องที่กำแพง แล้วใช้ใบเผือกป่าปิดด้านบน
เหลียนเซวียนกลอกตาน้อยๆ ยังเงียบอยู่เหมือนเดิม
กินดื่มอิ่มเอมแล้ว ความกระปรี้กระเปร่าก็ฟื้นคืนกลับมา เซวียเสี่ยวหรั่นคว้าตะกร้าเบี้ยวโย้ของตนเอง วิ่งไปทางที่มีดินเหนียว
เธอไม่ได้เอามีดพับไปด้วย หลังจากเติมฟืนใส่กองไฟไปสองสามดุ้น เหลียนเซวียนก็ลุกขึ้นช้าๆ
เมื่อครู่แม่นางผู้นั้นวางมีดไว้ข้างหม้อดินที่ใส่น้ำ
แม้ดวงตาของเขาจะมองไม่เห็น แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการระบุตำแหน่งสิ่งของโดยฟังจากเสียง
เขาคลำหาแล้วหยิบมีดพับขึ้นมา แล้วฉวยไม้เท้าเดินไปข้างนอกอย่างยากเย็น
ยามเซวียเสี่ยวหรั่นหิ้วตะกร้าดินเหนียวกลับมาถึงถ้ำ ไม่เห็นเหลียนเซวียนอยู่ด้านใน ก็ไม่ว้าวุ่นใจ
เอาดินเทไว้ด้านข้าง แล้วออกแรงตบๆ เศษดินในตะกร้า จนเหลือแต่ตะกร้าเปล่าก็วิ่งออกไปอีก
พวกเขาคั่วเกาลัดมากิน