กับหงกูเคยบ่นไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้ง ว่าเขาดื้อรั้นเอาแต่ใจตัวเอง แต่เมื่อก่อนตนเองไม่เคยใส่ใจ
แต่ตอนนี้คงต้องลดละสักหน่อยแล้วกระมัง
กว่าเขาจะเดินมาถึงริมฝั่งไม่ง่ายนัก เซวียเสี่ยวหรั่นส่งไม้เท้าให้ แล้วช่วยพยุงเขาขึ้นมา
“ท่านรอก่อน ข้าจะเอาขวดไปตวงให้เต็ม”
กล่าวจบก็หันไปหามุมที่สะอาดเติมน้ำใส่ขวด หลังปิดฝาเรียบร้อย ก็ประคองเหลียนเซวียนเดินกลับถ้ำ
“ตัวท่านเย็นเฉียบอย่างกับน้ำแข็ง รีบไปผิงไฟดีกว่า”
พอกลับมาถึงถ้ำ เซวียเสี่ยวหรั่นก็ประคองเขานั่งลง พลางถลึงตาใส่อย่างอดไม่ได้ คนคนนี้ไม่รู้จักรักษาร่างกายตัวเองบ้างเลย ดีขึ้นหน่อยเดียวก็กล้าลงไปแช่น้ำแล้ว
“แค่กๆ” เหลียนเซวียนไอโขลกสองสามครั้ง
เซวียนเสี่ยวหรั่นยิ่งเครียดหนัก วางขวดน้ำ เอื้อมมือไปหยิบกิ่งไม้มาหักดังเป๊าะ ก่อนใส่เข้าไปในกองไฟ
“เห็นไหม เป็นหวัดแล้ว รีบมาผิงไฟให้ความอบอุ่นเร็วเข้า”
หลังจากนั้นเสียงหักกิ่งไม้ก็ดังอย่างต่อเนื่อง
ภายในถ้ำสว่างไสวขึ้นทันตา
เซวียเสี่ยวหรั่นย้ายหม้อดินสองใบเข้าไปวางข้างกองไฟอย่างระมัดระวัง หลังจากอบความร้อนจากกองไฟไปสักพัก ดินเหนียวก็แห้งไปครึ่งหนึ่ง
จากนั้นก็เอากิ่งไม้ที่หักแล้วมาวางล้อมหม้อดินทั้งสองเป็นวงกลมจ