ยเสี่ยวหรั่นสวมรองเท้า แต่ไม่อยากให้มันเปียก จึงได้แต่ยืนเร่งเร้าอยู่ริมตลิ่ง
“รีบขึ้นมา ขึ้นมาเร็วๆ เป็นคนป่วยอย่าเอาแต่ใจ หากป่วยขึ้นมาไม่มียากินแล้วนะ”
ริมฝั่งแม่น้ำยามใกล้ค่ำแลดูเงียบเหงาและหนาวเหน็บอย่างเห็นได้ชัด
น้ำเสียงขุ่นเคืองของเซวียเสี่ยวหรั่นดังก้องไปทั่ว
เหลียนเซวียนเม้มริมฝีปากน้อยๆ
สายน้ำเย็นเฉียบไหลผ่านตัวเขา ยืนอยู่ในน้ำเพียงแค่ครู่เดียว ไอเย็นก็แล่นจากเท้าถึงมาถึงใบหน้า
แม่นางผู้นี้พูดถูก เขาเป็นคนป่วย ไม่มีสิทธิ์เอาแต่ใจ
เหลียนเซวียนยกเท้าที่ไร้เรี่ยวแรงเดินขึ้นไปบนฝั่งอย่างยากเย็น
“ถูกต้องๆ แบบนี้ถึงจะถูกต้อง ท่านน่ะไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้ว ทำไมถึงชอบเอาแต่ใจนักล่ะ กลางคืนอุณหภูมิต่ำ น้ำในแม่น้ำก็เย็นเฉียบ ท่านยังบาดเจ็บอยู่ จะลงไปในแม่น้ำทำไม ล้างมืออยู่บนฝั่งก็ล้างได้ เมื่อก่อนท่านต้องเป็นเด็กหัวแข็ง เอาแต่ใจตัวเองแน่ๆ เลย”
เซวียเสี่ยวหรั่นพบไม้เท้าของเขาข้างแม่น้ำ เธอย่อตัวเอาไม้เท้าไปล้างในแม่น้ำก่อน แล้วฉวยโอกาสล้างหน้าล้างมือไปด้วยเลย ขณะที่ปากก็เริ่มบ่นงึมงำ
เขาเอาแต่ใจ? เหลียนเซวียนยกเท้าอย่างยากเย็น ได้ยินถ้อยคำพร่ำบ่นของนาง เขาคงต้องพิจารณาตัวเองแล้วจริงๆ
ก็คงจะใช่ เหลยลี่