ศีรษะชุ่มไปด้วยเหงื่อ มือก็เต็มไปด้วยโคลนและฝุ่นดำเขรอะ สกปรกจนแม้แต่ตนเองยังไม่กล้ามอง
เธอเติมฟืนดุ้นใหญ่เข้าไปในกองไฟอีกสองสามดุ้น เหลือบมองหม้อดินขนาดใหญ่สองใบข้างกองไฟอย่างรู้สึกโล่งใจ ตราบใดที่เผาออกมาสำเร็จ ชีวิตในภายหน้าก็คงไม่น่าเศร้าเท่าไรแล้ว
เธอหยิบขวดน้ำเดินออกไปข้างนอก บนท้องฟ้าเหลือเพียงแสงสีส้มอ่อนจาง
“เหลียนเซวียน ท่านอยู่ไหนน่ะ?”
เธอเดินไปทางริมแม่น้ำ
เสียง ‘ตึงๆ’ ดังตอบกลับมาจากริมแม่น้ำ
เซวียเสี่ยวหรั่นดีใจมาก จังหวะก้าวเท้าที่ค่อนข้างหนักเปลี่ยนเป็นเบาขึ้นทันที
“ท่านนี่สุดยอดไปเลย มาถึงริมแม่น้ำได้ถูกต้องตรงเผง”
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแส้ผินมาที่นางเล็กน้อย เสียงน้ำไหลดังขนาดนี้ หาไม่เจอสิถึงจะแปลก
เซวียเสี่ยวหรั่นหยีตา แสงขมุกขมัวพานให้เธอเห็นหน้าเขาไม่ชัด แต่เขาสวมชุดตัวยาวสีขาวยืนตัวตรงแหน็วราวกับด้ามพู่กันอยู่ริมแม่น้ำ รูปร่างทั้งผอมและสูง จึงค่อนข้างสะดุดตา
น้ำในแม่น้ำไหลผ่านข้อเท้าของเขาไป ชายอาภรณ์เปียกชื้นไปกว่าครึ่ง
“ว้าย เหลียนเซวียน รีบขึ้นมาเลย ชายเสื้อเปียกหมดแล้ว ตอนนี้ท่านยังเป็นคนป่วย ภูมิต้านทานต่ำ น้ำในแม่น้ำเย็นเฉียบ จะไม่สบายเอาง่ายๆ รีบขึ้นมาเถอะ”
เซวี