กข์หรือจะไปล้างเนื้อล้างตัวที่ริมแม่น้ำ”
เธอคิดออกแค่สองเหตุผลที่ทำให้เขาดึงดันจะออกจากถ้ำให้ได้
เหลียนเซวียนใบหน้าแข็งทื่อ แม่นางผู้นี้ช่างกล้าพูดไปทุกเรื่องจริงๆ
น่าจนใจที่สุดก็คือ เดิมทีเขาไม่ได้ตั้งใจจะไปปลดทุกข์ แต่พอนางเอ่ยถึง ก็พานนึกอยากจะไปจริงๆ
อย่างไรเสียเขาก็ไม่ทั้งผงกศีรษะหรือส่ายหน้า เพียรแต่จะลากไม้เท้าออกไปข้างนอก เซวียเสี่ยวหรั่นไม่ซักไซ้หรือตอแยเขาอีก “งั้นท่านก็ค่อยๆ เดิน ข้าจะไปเก็บฟืนมาเพิ่มอีกหน่อย แล้วค่อยไปหาท่าน อย่าเดินไปไกลนักล่ะ ระวังตกลงไปในแม่น้ำด้วย”
คำพูดยังไม่ทันจบ คนพูดก็วิ่งไปไกลแล้ว
ตกลงไปในแม่น้ำ? จุดไท่หยางของเหลียนเซวียนเต้นตุ้บๆ ตนเองแค่ตามองไม่เห็น ไม่ได้กลายเป็นคนเขลาเบาปัญญาเสียหน่อย
เซวียเสี่ยวหรั่นไหนเลยจะมาสนใจว่าเขาคิดอย่างไร ในสายตาเธอ สภาพของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยอ่อนแอคนหนึ่ง จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวังจากผู้อื่น
เธอบ่ายหน้าไปยังพงไม้ด้านข้างของถ้ำ แสงตะวันยามสายัณห์อ่อนแสงลงทุกทีต้องรีบกักตุนฟืนเอาไว้
หนึ่งรอบ สองรอบ สามรอบ สี่รอบ…
จนกระทั่งกองฟืนข้างกำแพงสูงเท่าครึ่งตัวคน เซวียเสี่ยวหรั่นถึงค่อยพักหายใจ
ทั้งใบหน้าและ