้ เดี๋ยวข้าจะไปริมแม่น้ำอีกรอบ หลังกลับมาจะได้เริ่มทำหม้อดินของพวกเรา”
กล่าวจบก็หยิบเสื้อแขนยาวกับขวดน้ำวิ่งออกไปจากถ้ำ
ลำบากอะไร? ดูไฟรึ?
ดวงตาของเหลียนเซวียนเหลือบไปที่ปากถ้ำ หญิงสาวที่วิ่งไปวิ่งมาทำงานทั้งวันกลับพูดกับคนพิการครึ่งตัวที่ทำได้แค่นั่งดูไฟว่า ‘ลำบากแล้ว’
หากไม่ใช่เพราะน้ำเสียงของนางฟังดูเริงร่ามีความสุข เหลียนเซวียนก็คงนึกว่านางพูดเสียดสีตนเองอยู่
แต่ด้วยอุปนิสัยตรงไปตรงมาของนาง หากจะต่อว่าผู้อื่นจริง ก็คงจะกระทำซึ่งๆ หน้า
เหลียนเซวียนคิดในใจเป็นร้อยตลบ แต่สีหน้ากลับราบเรียบ เติมฟืนใส่ในกองไฟต่อไป
หลังซักเสื้อแขนยาวสะอาดดีแล้ว ก็ตวงน้ำให้เต็ม ประคองเข้าบั้นเอวเดินกลับถ้ำ
เธอเอาเสื้อแขนยาวไปแขวนที่กิ่งไม้ข้างถ้ำตากแดด เสื้อตัวนี้ซื้อมาจากร้านค้าในเถาเป่า [1] แม้จะเรียกว่าเสื้อกันแดด แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงเสื้อคลุมตัวนอกเนื้อเรียบลื่น ราคาหลายสิบหยวน กันแดดอะไรกัน คุณสมบัติไม่ต่างอะไรกับเสื้อคลุมธรรมดาตัวหนึ่ง
แต่กลับช่วยกันลมกันฝนได้อย่างดีเยี่ยม ภายหน้ายังต้องใช้ประโยชน์จากมันอีกมาก
ยามกลับถ้ำ เซวียเสี่ยวหรั่นก็เอียงสะโพกนั่งลงข้างกองดินเหนียว
ใช้ก้อนหินขนาดเท่าฝ่ามือทุบดิน