”
เธอเอื้อมไปดึงมือของเขามาแล้ววางใบเผือกป่าห่อเนื้อบนฝ่ามือใหญ่
หลังจากนั้นก็คีบกึ๋นไก่ที่ย่างสุกแล้วชิ้นหนึ่งเข้าปาก “ว้าย ร้อนๆๆ”
เธออ้าปากพ่นลมบ่นว่าร้อน แต่กลับยังเคี้ยวต่อไป “อื้มๆ พอใส่ฮวาเจียวแล้วค่อยมีรสชาติขึ้นมาหน่อย”
เหลียนเซวียนรั้งมือกลับไปเงียบๆ เหตุใดแม่นางผู้นี้ถึงไม่ระวังเรื่องชายหญิงเอาเสียเลย
การกระทำใกล้ชิดสนิทสนมยิ่งกว่านี้ใช่ว่านางไม่เคยทำ แต่นั่นเป็นสถานการณ์พิเศษ
ทว่าตอนนี้…
“แค่ก” เหลียนเซวียนไอออกมาคำหนึ่งอย่างไม่อาจห้าม
“นี่ เหลียนเซวียน เนื้อยังร้อนอยู่ อย่าใจร้อน ระวังลวกปาก” เซวียเสี่ยวหรั่นยังมีเนื้อร้อนๆ อมอยู่เต็มปาก ถ้อยคำจึงไม่ชัดเจนนัก
ใครใจร้อน?
ใครถูกลวกปาก?
เหลียนเซวียนกลอกตาโดยมิได้ชำเลืองมองนางแม้แต่ปราดเดียว
แน่นอนว่าท้ายที่สุดเขาก็ไม่ได้ทำอะไร แค่ส่งเนื้อห่อใบไม้ชิ้นนั้นเข้าปากอย่างช้าๆ แล้วกินเข้าไป
ที่แน่ๆ เนื้อคลุกเคล้าฮวาเจียวย่อมให้ความรู้สึกชาลิ้นอยู่บ้าง โชคดีที่ไม่เผ็ด จึงพอฝืนกินได้
แต่ไม่รู้ว่านี่เป็นเนื้ออะไร บางชิ้นก็นุ่ม บางชิ้นก็ทะแม่งๆ บ้างก็มีกลิ่นคาว
เหลียนเซวียนคิ้วขมวดแต่ก็กินเนื้อจนหมด
ทางด้านเซวียเสี่ยวหรั่นคีบเนื้อ