ดวงตะวันค่อยๆ ลาลับทางตะวันตก แสงสว่างในป่าเริ่มมืดสลัว
เหลียนเซวียนใช้ไม้ค้ำพยุงตนเองขึ้นมา ดวงตาที่เห็นภาพไม่ชัดมองออกไปยังฝั่งแม่น้ำที่ว่างเปล่านอกถ้ำ ใบหน้าของเขาไร้อารมณ์ความรู้สึก แต่กลับไม่อาจสงบใจ
แม่นางผู้นั้นไปนานแล้ว เขาค่อยๆ คลำสำรวจแถวนั้นรอบหนึ่ง นางก็ยังไม่กลับ
สตรีนางหนึ่งเตร็ดเตร่ไปทั่วป่าลึกเพียงลำพัง ช่างเป็นเรื่องที่อันตรายยิ่ง
เขากำมือหมายจะออกแรงบีบ ทว่าไม่อาจเค้นเรี่ยวแรงออกมาได้ กำลังภายในที่จุดตันเถียนว่างเปล่า ด้วยสภาพร่างกายของเขาตอนนี้ กว่าจะรวบรวมพละกำลังได้แต่ละครั้งใช้เวลาเป็นครึ่งค่อนวัน และบัดนี้ก็ถึงขีดจำกัดแล้ว เหลียนเซวียนปิดเปลือกตาลง ซ่อนความหงุดหงิดและความอ่อนล้าไว้ภายใต้ก้นบึ้งของจิตใจ
“ฉึบๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งร้อนแว่วมาจากสถานที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากปากถ้ำ
จากการลงส้นเท้าที่ทั้งหนักและเงอะงะ ฟังดูก็รู้ว่าเป็นแม่นางคนนั้น
เหลียนเซวียนถอนใจเงียบๆ อย่างโล่งอก
“โธ่เอ๊ย กลับมาค่ำจนได้ ไฟก็ยังไม่ก่อ ถ้ำก็ยังไม่กวาด หญ้าก็ยังไม่ถอน หวาๆๆ แย่แล้วละสิ”
พอเห็นเหลียนเซวียนยืนอยู่ข้างต้นไม้ เซวียเสี่ยวหรั่นก็รู้สึกเหมือนได้พบเพื่อนเก่าที่คุ้นเคยกันมานาน จึงร้องโหวกเหวกโวยวายไม่ห