แล้วก็ไปหาท่อนไม้มา ก่อนเดินเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ใช้ท่อนไม้เขี่ย งูตัวนี้ไม่ใช่เล็กๆ ความยาวเกือบสองเมตร ขนาดเท่ากับกำปั้นของผู้ใหญ่ เห็นแล้วชวนขนลุก
หากไม่เพราะเป็นเช่นนี้ เมื่อครู่เธอก็คงไม่ตกใจถอยหลังจนหกล้มก้นจ้ำเบ้า ตอนนี้เจ็บจนแทบไม่รู้สึกว่าก้นเป็นของตัวเองแล้ว
แต่งูสีน้ำดำสลับน้ำตาลตัวนี้แลดูคุ้นตาอยู่สักหน่อย
เซวียเสี่ยวหรั่นหรี่ตาพิจารณาอย่างละเอียด ยามเห็นส่วนคอที่ขยายแผ่แม่เบี้ยของมัน ก็อดหนาวใจไม่ได้
“โอ พระเจ้า นี่คือจ้าววายุขุนเขา หรือราชางูจงอาง พิษร้ายแรง ถูกกัดคำเดียวรับรองว่าตายสนิท”
แม้ว่าเซวียเสี่ยวหรั่นไม่เคยเห็นงูจงอางตัวจริงมาก่อน แต่เคยดูรายการเกี่ยวกับสัตว์โลกมาไม่น้อย
ละแวกหมู่บ้านของเธอก็มีงู แต่ส่วนใหญ่จะเป็นงูที่จับหนูกินไม่มีพิษ แต่เดี๋ยวนี้ก็น้อยมากแล้ว ตั้งแต่เล็กจนโตเธอเคยเห็นแค่สองสามครั้ง เด็กผู้ชายที่ใจกล้าและซุกซนหน่อยก็มักจะใช้ท่อนไม้ไปจับงูมาโยนใส่ให้คนตกใจเล่น ซึ่งเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น
ไม่ว่าจะมีพิษหรือไม่มี ในความคิดของเธองูก็เป็นสัตว์เลือดเย็นที่น่ากลัว
เหลียนเซวียนสัมผัสความหวาดกลัวได้จากเสียงร้องตื่นตระหนกของนาง ราชางูจงอาง? เหตุไฉ