นเขาไม่เคยได้ยินชื่องูชนิดนี้มาก่อน แต่ถ้าเป็นจ้าววายุขุนเขาก็พอจะคุ้นหูบ้าง ในบรรดางูที่มีพิษร้ายมีชนิดหนึ่งชื่อว่างูหัวแบน ไม่รู้ว่างูที่นางเอ่ยถึงจะเป็นงูชนิดนี้หรือเปล่า
“ว้าว พวกเรานี่ดวงแข็งกันจริงๆ เคราะห์ดีที่งูตัวนี้ไม่ออกมาหาเหยื่อตั้งแต่เมื่อคืน ไม่อย่างนั้นละก็…. จิ๊ๆๆ” เธอเดาะลิ้นอย่างอดไม่ได้ แต่ไม่พูดต่อ ใช้ท่อนไม้ในมือเขี่ยๆ งูตัวนั้น
ถึงแน่ใจว่าตายแล้ว เธอก็ยังไม่กล้าถอนมีดสั้นสีเงินเล่มนั้นออกจากตัวงู
“ปัดโธ่เอ๊ย มีดปักอยู่ที่หัวงู จะอาบพิษมาด้วยไหมล่ะนี่” เซวียเสี่ยวหรั่นย่อตัวลงในตำแหน่งที่ห่างจากงูราวสองเมตร “นั่นคือมีดปอกผลไม้ ต่อไปยังใช้ปอกเปลือกผลไม้ได้อยู่หรือเปล่า”
เธอบ่นพึมพำอยู่ราวหนึ่งเค่อ [1] แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมเดินหน้าเข้าไปอีกก้าว
เหลียนเซวียนมุมปากกระตุก ไม่รู้จะอธิบายอารมณ์ของตนเองอย่างไร
เขาคลำไปข้างตัวจนพบท่อนฟื้นดุ้นหนึ่ง จากนั้นก็เคาะที่พื้นจนหักเป็นสองท่อน เพื่อดึงความสนใจของแม่นางคนนั้นกลับมา
“มีอะไร หิวแล้วหรือ อ้อ จริงด้วยสิ ข้าลืมไปเสียสนิทว่ามีของอยู่” เซวียเสี่ยวหรั่นนึกถึงผลงานที่เก็บมาเต็มกระเป๋า จากนั้นก็ลุกขึ้นจากพื้นอย่างยากเย็