ามปีติยินดีผุดวาบบนดวงหน้าของเซวียเสี่ยวหรั่น ปู่ของเธอเคยสอนว่า หากหลงทางในป่าลึก ให้หาลำธารให้พบ หลังจากนั้นค่อยเดินไปตามทิศทางน้ำ จะพบเบาะแสของผู้คนได้ไม่ช้าก็เร็ว เพราะไม่ว่ายุคสมัยไหน มนุษย์ล้วนชอบตั้งรกรากอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ
ท้องฟ้ามืดลงทุกขณะ เซวียเสี่ยวหรั่นได้ยินกระทั่งเสียงร้องฮูกๆ ของนกเค้าแมว ในที่โล่งแจ้งท่ามกลางป่าเขามืดมิดน่าสะพรึงอย่างเห็นได้ชัด เธอเก็บความดีใจเสี้ยวนั้นลงทันควัน
มีเนินเขาเตี้ยๆ อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำเท่าไรนัก ดูจากลักษณะภายนอกเห็นเป็นเงาตะคุ่ม เซวียเสี่ยวหรั่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจไปเสาะหาถ้ำหรือสถานที่หลบภัยสำหรับค้างแรมคืนนี้
หลังจากตัดสินใจได้แล้วก็ยกเท้าเดินไปทางนั้น ถนนเลียบแม่น้ำค่อนข้างขรุขระ มีกรวดหินและพุ่มไม้สูงๆ ต่ำๆ กินพื้นที่บริเวณกว้าง เซวียเสี่ยวหรั่นต้องเดินชิดขอบตลิ่ง คอยหลบเลี่ยงแอ่งน้ำและกอหญ้าชื้นแฉะ กระโดดข้ามสิ่งกีดขวางอย่างระมัดระวัง
“เอ๋?”
หลังจากกระโดดพ้นแอ่งน้ำแห่งหนึ่งมา เซวียเสี่ยวหรั่นก็คล้ายเห็นวัตถุสีขาวต้องสงสัยลอยมาติดอยู่ริมตลิ่งครึ่งหนึ่งอยู่บนบก อีกครึ่งยังอยู่ในน้ำ
ดูเหมือนว่าจะเป็น… คน?
ดวงตาของเซวียเสี่ยวหรั่นเบิกกว