้างราวกับลูกกระพรวนทองแดง แต่หลังจากนั้นก็หรี่ตามองให้ชัด
ไม่ผิด เป็นคนจริงๆ
ว่าแต่ ตายแล้ว หรือยังมีชีวิตอยู่กันล่ะ ?
เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกชาไปทั้งหนังศีรษะ กลืนน้ำลายระงับความตื่นเต้น
เวลานี้ท้องฟ้ามืดสลัว ต้นไม้โดยรอบเริงระบำอยู่ท่ามกลางสายลมราตรี
“นี่…?”
เธอไม่กล้าเข้าใกล้ จึงลองร้องเรียกเสียงเบาก่อน
“เฮ้… คุณน่ะ ยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า”
เธอเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น รู้สึกคล้ายได้ยินเสียงสะท้อนกลับมาจากรอบทิศ สายลมราตรีพัดพาความหนาวเย็นมาต้องผิวกาย จนเซวียเสี่ยวหรั่นสั่นสะท้านไปทั้งตัว
แต่ยังคงไม่มีคนตอบกลับมา
เซวียเสี่ยวหรั่นมองอย่างตื่นกลัว ล้วงเข้าไปในเป้หยิบกระป๋องบรรจุของเหลวสีแดงออกมา นั่นเป็นสเปรย์พริกไทยสำหรับป้องกันตัวของเธอเอง
ไม่ว่าจะเป็นคนหรือผี หากถูกสเปรย์เผ็ดร้อนแบบนี้เป็นต้องน้ำหูน้ำตาไหลหนีกระเจิง
เซวียเสี่ยวหรั่นตั้งสติให้มั่น เปิดฝากระป๋อง ค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง
คนผู้นั้นสวมชุดตัวยาวสีขาว มีคราบเลือดจางๆ สองสามรอยอยู่บนชุดนั้น ใบหน้าถูกบดบังภายใต้เรือนผมยาวเปียกชื้น
เป็นผู้หญิง?
เซวียเสี่ยวหรั่นค่อยรู้สึกเบาใจ เดินเข้าไปใกล้อีกสองสามก้าว เอื้อมมือไปหยิบกิ่งไม้แห้งมาเขี่ยคน