ีรษะ คงจะเป็นต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ที่ช่วยชีวิตเธอไว้ กิ่งของมันทั้งใหญ่และแข็งแรงพอที่จะรับการกระแทกหนักๆ ได้
เธอยกสองมือขึ้นมาประนมก่อนค้อมเอวทำความเคารพต้นไม้เก่าแก่สูงเสียดฟ้าต้นนั้น
“ต้นไม้ใหญ่จ๋าต้นไม้ใหญ่ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันไว้ หากไม่เพราะท่าน เสี่ยวหลันคงลงไปเดินอยู่แดนน้ำพุเหลืองแล้ว”
เธอกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ ถึงเธอจะไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดา แต่แค่จุดธูปไหว้พระชั่วครั้งชั่วคราวย่อมไม่มีปัญหา
แสงสว่างในป่าริบหรี่ลงทุกที ขณะลมหนาวกลับยิ่งโหมแรง ข้อเท้าเปลือยเปล่าของเซวียเสี่ยวหรั่นผุดเป็นตุ่มหนังไก่
เห็นอยู่ว่าตอนที่เธอตกลงมาเป็นเวลาประมาณสิบโมงเช้า แล้วทำไมตอนนี้ถึงรู้สึกเหมือนว่าฟ้าจะมืดแล้วล่ะ
ความว่างเปล่าอันสงัดเงียบชวนให้คนรู้สึกหวาดกลัว เซวียเสี่ยวหรั่นยกเท้าเดินไวกว่าความเร็วแสง ในพื้นที่โล่งน่าจะช่วยให้คนอื่นเห็นเธอง่ายขึ้น
เสียงเท้าย่ำไปบนกิ่งไม้ใบไม้แห้งซึ่งทับถมเป็นชั้นหนาดังกรอบแกรบ ยิ่งเดินก็ยิ่งเร็วขึ้นจนเริ่มกลายเป็นการวิ่ง
ป่าแห่งนี้ดูเหมือนจะไร้ขอบเขต เห็นอยู่ว่ามีแสงสว่างอยู่ไกลๆ เธอวิ่งผ่านป่าที่มีแต่ใบไม้แห้งเต็มพื้น กระโดดข้ามไม้ล้มที่ขวางทางอยู่ รวมถึงพุ่มไม้มา