จะเรียกว่าอย่างไรดี…นางดูราวกับคนที่ยืนอยู่ ณ ปลายทางแห่งชีวิต และกำลังค่อยๆปล่อยวางความรู้สึกต่างๆ ทีละนิด
ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าควรพูดอะไรออกไป
หรือว่าควรเงียบไว้…แค่เฝ้ามองนางโดยไม่เอ่ยคำใด?
หรืออย่างน้อย ควรพูดคำปลอบโยนอะไรสักอย่าง แม้จะเป็นคำโกหกเพียงเพื่อให้นางรู้สึกดีขึ้นก็ตาม?
เมื่อลองไตร่ตรองดูครู่หนึ่ง ข้าก็ได้ข้อสรุปว่า…การเงียบไว้เฉยๆ คงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก ข้าควรพูดอะไรบางอย่าง…ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม
ข้าพยายามเรียบเรียงถ้อยคำในหัวและกำลังจะเอ่ยมันออกมา
แต่แล้ว
ซึ่กกกกกก !
“…!”
“อึก…!”
จู่ๆ ทั้งข้าและราชินีกระบี่ต่างก็สะบัดมือออกจากกันในเวลาเดียวกัน
ราชินีกระบี่มองมาที่มือของนาง แล้วหันกลับมามองมือของข้าสลับไปมา
ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตกใจ
และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก…
เมื่อครู่ พลังมารที่สิงอยู่ในร่างของนางไหลทะลักเข้ามาในร่างของข้า
‘…นี่มัน…’
เมื่อข้ารวบรวมสติกลับมาได้ และเพ่งพินิจมองพลังมารที่อยู่ภายในร่างของตนเอง
ข้าก็ได้รู้ว่าความคิดครึ่งๆกลางๆ ที่เคยผุดขึ้นในหัวก่อนหน้านี้ ไม่ผิดเลย
พลังมารในร่างของข้า…มีลักษณะเหมือนกับสิ่งที่เคยพบในตัวของปีศาจทำลายล้างอย่างน่าประหลาด
แต่ตอนนี้ เมื่อมองอีกครั้ง ข้าก็มั่นใจได้ทันที…
มันไม่ได้คล้าย …แต่มันเป็นพลังมารของปีศาจทำลายล้างจริงๆ
‘…ข้าดูดกลืนมันเข้ามาจริงๆ งั้นหรือ?’